คลังเก็บป้ายกำกับ: แนะนำท่องเที่ยว

เตรียมตัวเดินทางไปค่ายพักแรม

 การเข้าค่ายพักแรมเป็นกิจกรรมนันทนาการอย่างนึง ที่เสริมสร้างความสามัคคีปรองดอง และปลูกฟังความเมตตา ให้มีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ ฝึกความ อดทนอดกลั้น รักษาระเบียบวินัย

ช่วยเหลือตนเองในเวลาที่คับครันอย่างหลงป่าติดเกาะ การจัดตั้งค่ายนั้นมีหลายวัตถุประสงค์ต่างออกไป อย่างเช่น บางครั้งก็เป็นการจัดค่ายธรรมะเพื่อให้มาสวดมนต์ทำบุญให้จิตใจสงบ แต่หลายๆปัจจัยก็คือการอยู่รวมกันให้เป็นคอยดูแลช่วยเหลือกันและกัน การเตรียมตัวเดินทางไปนั้นควรเตรียมอะไรบ้าง

1.การเตรียมร่างกายให้พร้อม

  ก่อนเราจะเดินทางไปที่ไหนที่ห่างไกลจากบ้านนั้น เราควรดูตัวเราก่อนว่าพร้อมไปไหมและดูแลร่างกายให้พร้อมแข็งแรงอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ไปถึงที่และเป็นภาระคนที่ต้องดูแล ถ้าเรารู้ตัวว่าไปไม่ไหวมีไข้ไม่สบายควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน ถ้าหากฝืนทำกิจกรรมต่อไปแล้วนั้นอาจจะเกิดไข้ขึ้นสูงจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลพักรักษาตัวอยู่หลายวัน เป็นอันตรายต่อชีวิต

2.เตรียมเครื่องใช้ส่วนตัว

  สิ่งที่เราจะขาดไม่ได้เลยนั้นคือ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเราที่มีแค่เราเท่านั้นที่ใช้ไม่ใช่ของสวนร่วมที่ใช้ด้วยกัน เช่น แปรงสีฟัน สบู่ ยาสระผม และควรพกไม้ปั่นหูไปด้วยเพราะอาจมีกิจกรรมที่ป้นโคลน เปื้อนน้ำ การทำความสะอาดจุดที่เอื้อมไม่ถงเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะจุดเหล่านั้นเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรค เสื้อผ้าก็ด้วยเช่นกัน ไม่ควรใช้กับคนอื่นเราต้องเตรียมไปใช้ของเราเอง 

3.ยาสามัญประจำบ้าน

  ยาเป็นสิ่งสำคัญมาก และที่ควรพกไปคือยาสามัญจำพวกเช่น ยาแก้ไข้ แก้ไอ หรือยาทาสำหรัญแผลฟกช้ำเราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอุบัตติเหตุหรือเป็นไข้ไม่สบายตอนไหนอย่างน้อยยาที่เตรียมไปก็สามารถบรรเทาอาการเหล่านั้นได้บางไม่มากก็น้อย ส่วนคนที่มีโรคประจำตัวแล้วนั้นก็ควรเตรียมยาของตัวเองไปด้วยให้เพียงพอต่อหลายๆวันที่ค้างคืนและเมื่อทำกิจกรรมไม่ไหวให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพราะอาจจะเกิดเหตุถึงขั้นเสียชีวิตได้

4.เครื่องนุ่งห่ม

  เราที่ไม่รู้สภาพอากาศของที่พักแล้วว่าร้อนหรือหนาวควรเตรียมอุปกรณ์เครื่องนุ่งห่มไปด้วยถึงที่พักจะเตรียมไว้แล้วแต่เราไม่รู้ว่าจะเพียงพอต่อเราหรือไม่ถึงจะพอแต่จะให้ความอบอุ่นได้ไหม ดังนั้นเราต้องเตรียมไปเองด้วยอย่างน้อยก็เสื้อกันหนาว ถ้าเตรียมผ้าห่มไปด้วยได้ยิ่งดี

5.อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

   เครื่องมืออำนวยความสะดวกนั้นเอาไว้ใช่ยามจำเป็นอย่างเช่น ไฟฉาย ถ้าเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ก็ ต้องเอาที่ชาร์แบต ปลั๊กพ่วงไปด้วย

หอไอเฟล

หอไอเฟล สัญลักษณ์ของเมืองปารีต้องบอกว่าหากเอ่ยชื่อนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก

เพราะสถานที่นี้ คือสถานที่ติดหนึ่งในสิบหรือหนึ่งในห้าของโลกที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันที่จะมาเยี่ยมเยียนให้ได้สักครั้ง เพราะที่นี่เหมือนมีมนต์ตราเสน่ห์หา ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาถ่ายรูปเอาหอไอเฟลมาเป็นพื้นหลัง เก็บเป็นโพรไฟร์ของตัวเอง ซึ่งใครจะเชื่อว่าขนาดตัวผู้เขียนเองนั้น ได้มีโอกาสไปประเทศฝรั่งเศสตั้งห้าหกครั้งแล้ว แต่ทุกๆ ครั้ง ผู้เขียนก็ยังคงต้องไปสถานที่แห่งนี้เพื่อดื่มดำความสุขอย่างไม่รู้จบ เพราะหากใครได้ลองมาที่นี่แล้ว จะมีความรู้สึกได้เหมือนกับว่าทุกๆครั้ง

ที่มาที่นี่บรรยากาศและสิ่งรอบข้างจะเปลี่ยนไปตลอดทั้งผู้คน สถานที่รอบข้าง ฤดูกาลที่เรามา หรือแต่แม้มุมหรือจุดที่เรายืนมองดูหอไอเฟลนั้น ก็จะให้ความรู้สึกต่างกันๆออกไปทุกๆครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนไม่ว่าจะไปที่นี่สักกี่ครั้ง และทุกครั้งที่ไป ผู้เขียนจะใช้เวลานั่งมองดูหอไอเฟลนี้อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง เพราะความรู้สึกที่ไม่เคยเปลี่ยนเลย ที่นี่คือที่ที่มีเสน่ห์อย่างแท้จริง เพราะหลายๆครั้งที่ผู้เขียนลองไปยืนมองดูหอไอเฟลระยะใกล้หรือระยะไกล มองจากฝั่ง ทอร์คาโด หรือมองจากฝั่งแม่น้ำแซน

หรือนอนมองจากฝั่งสวนสาธารณะ ที่นี่ก็ยังคงสวยงามและดึงดูดใจทุกๆครั้งที่ได้มาเยือน แต่ใครจะรู้เหล่าว่ากว่าที่จะเป็นหอไอเฟล มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นเปรียบเสมือนแลนด์มาร์กของประเทศฝรั่งเศสนั้น ต้องบอกว่า หอไอเฟลนี้ใช้เวลาสร้างนานมา จากสถาปนิกผู้ออกแบบ มีนามว่า กุสตาฟ ไอเฟล ซึ่งตอนหลังจากสร้างเสร็จ หอคอยนี้จึงถูกตั้งชื่อเป็นเกียรติประวัติของตัวเค้าเอง แต่ที่บอกว่า หอไอเฟลนี้ใช้เวลาในการสร้างนานมาก

ก็เนื่องจากสมัยช่วงที่สร้างแรกๆ นั้น ประชาชนชาวฝรั่งเศส ไม่ค่อยจะปลื้มและชอบรูปแบบกันมากนัก เพราะประชาชนส่วนใหญ่มองว่า ทำไมเอาโครงเหล็กมาต่อเป็นชั้นๆ สร้างสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ดูแล้วไม่ทันสมัยและไม่สวยงาม แต่ ตัวกุสตาฟ ไอเฟล เองก็ไม่ได้แคร์สายตาหรือฟังเสียงกลุ่มคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นัก แต่ยังคงสร้างและออกแบบโครงสร้างนี้ให้สูงไปเรื่อยๆ

ซึ่งถ้าหากเทียบเท่าตึกสูง 81 ชั้นเลยทีเดียว และเมื่อทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ ประชาชนเหล่านั้นก็เปลี่ยนใจและกลับมาชมเชย กุสตาฟ ไอเฟล ว่านี้คือสุดยอด สถาปตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เพราะสิ่งที่เค้าทำและออกแบบนั้น มาล้ำสมัยไปถึงอนาคตแล้ว และใครจะรู้ว่า หอไอเฟล แห่งนี้ กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาที่แห่งนี้ไม่ต่ำกว่า หกล้านคนต่อปีทีเดียว ขอบคุณ กุสตาฟ ไอเฟล ที่มีสถานที่แห่งนี้ให้อยู่ในใจของผู้เขียนตลอดไป