คลังเก็บหมวดหมู่: สถานที่ท่องเที่ยว

เที่ยวหลังหมดโควิด19

โรคระบาดที่มีชื่อว่าโควิด19นั้นถือเป็นโรคระบาดที่เกิดขึ้นครั้งใหญ่และกินระยะเวลาในการเกิดที่ค่อนข้างยาวนานมากเลยทีเดียว ทำให้นักเดินทางทั้งหลายต้องพับแพลนในการท่องเที่ยวประจำปีหรือประจำเดือนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ถือว่าการเกิดโรคระบาดนั้นเป็นสิ่งที่สร้างความเศร้าใจให้กับเหล่านักเดินทาวจำนวนไม่น้อย บ้างก็ไม่ได้เสียหายอะไรจากการจองสิ่งต่างๆในการไปเที่ยวก็ถือเป็นเรื่องโชคดีแต่บางคนก็อาจจะต้องสูญเงินหลักหมื่นที่ได้มีการจองสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นที่พักตั๋วเครื่องบินหรืออื่นๆ เพราะสิ่งที่จองไปนั้นอาจจะไม่อยู่ในเงื่อนไขโรคระบาดจึงไม่สามารถคืนเงินให้ได้นั่นเอง บอกเลยว่าเหล่านั้นท่องเที่ยวนั้นวุ่นวายกันอย่างมาก ทั้งเสียเงินและเสียใจที่ไม่สามารถไปเที่ยวในสถานที่ที่แพลนไว้ได้นั่นเอง

โดยโควิก19นั้นเริ่มมีการแพร่ระบาดในประเทศจีนตั้งแต่ปลายปี2019และไม่สามารถควบคุมได้และทำให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักไปทั่วโลกตั้งแต่ต้นปี2020จนปลายปีสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ทำให้มีการลดมาตรการการควบคุมต่างๆลงและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเริ่มพากันเปิดทำให้สามารถเริ่มท่องเที่ยวได้แล้วนั่นเอง

ถึงแม่สถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับแต่การป้องกันในเบื้องต้นเช่นการวัดไข้ก่อนเข้าสถานที่ต่างๆ การใช้แอลฮอร์เจลล้างมือก่อนเข้าสถานที่ท่องเที่ยว การขอข้อมูลไม่ว่าจะเป็นชื่อ ที่พักอาศัยและเบอร์โทรศัพท์เป็นต้น ถือว่ายังคงต้องมีมาตรการในการเบื้อต้นเช่นนี้ต่อไป เพื่อลดปริมาณการติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อนั่นเอง 

ในช่วงที่สถานการณ์ดีขึ้นแล้วนั้นถึงแม้ว่าทุกคนจะสามารถเริ่มออกไปใช้ชีวิตได้ปกติกันมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเราก็ควรจะให้ความร่วมมือถ้าหากต้องออกไปเที่ยวควรจะรักษามาตรการการคัดกรองเบื้องต้นกับสถานที่ต่างๆด้วย

เพราะถ้าหากได้รับการร่วมมือจากทุกคนก็จะทำให้การเกิดความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อหรือการระบาดของเชื้ออีกรอบนั้นลดลงด้วยเช่นกัน เช่นการสวมใส่หน่ากากอนามัยในวถานที่ที่ไป ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบเปิดหรือสถานที่ท่องเที่ยวแบบเป็นถือว่าการสวมใส่หน้ากากอนามัยนั้นเป็นเรื่องที่จะเป็นและเป็นสิ่งสำคัญที่จะสามารถช่วยในการแพร่กระจายหรือความเสี่ยงในการที่จะเกดิโรคระบาดได้นั่นเอง

ในตอนนี้ถึงแม้จะออกไปท่องเที่ยวได้แล้วแต่ในบางสถานที่ก็ยังๆไม่สามารถท่องเที่ยวได้อย่าง100%อาจจะต้อรอสถานการณ์นิ่งกว่านี้นั่นเอง ดังนั้นแล้วเราสามารถไปเที่ยวได้แต่ต้องอยู่ในมาตรการและรักษากฎตามที่ทางสถานที่ท่อเที่ยวกำหนดอย่างเคร่งครัดนั่นเองเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนรอบข้างด้วย

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ

ร้านอาหารที่ควรไปลองกินเมื่อไปเที่ยวโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อพูดถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว สิ่งที่หลายๆคนนึกถึงและมักจะพูดถึงเป็นอันดับ 1 เลยก็คือเรื่องของอาหาร เพราะประเทศญี่ปุ่นนั้น ถือเป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับอาหารการกินเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ ขั้นตอนการล้าง จนไปถึงการปรุงรสของอาหาร ทำให้อาหารญี่ปุ่นมีรสชาติที่อร่อยและสดใหม่ ได้รสชาติของวัตถุดิบชั้นดีเข้าไปเต็มๆ จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมอาหารญี่ปุ่นถึงได้รับความนิยมในไทย

และมีร้านอาหารเปิดขึ้นมากมาย หลายๆคนถึงขั้นเก็บเงินเพื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและไปลองอาหารต้นตำหรับกันถึงถิ่นกันเลยทีเดียว โดยส่วนมากเมืองที่ทุกคนเลือกไปที่แรกเมื่อไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นก็คือ โตเกียว และอีกเมืองหนึ่งก็คือโอซาก้า ซึ่งโอซาก้าเป็นอีกเมืองที่มีขนาดใหญ่ทีเดียว และเป็นอีกแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย แถมโอซาก้ายังมีร้านอาหารอร่อยๆเยอะมากๆ

ซึ่งถ้าใครได้ไปท่องเที่ยวบอกได้เลยว่าไม่ควรพลาดร้านเหล่านี้ค่ะ

  1. Byakuan ร้านอุด้งอร่อยๆที่ราคาไม่แพง เส้นอุด้งทำมาจากแป้งข้าวสาลี ตัวน้ำซอสทำมาจากปลาอิวาชิ หรือ ปลาซาร์ดีน สาหร่ายคอมบุจากฮอกไกโด  และปลาคัทซึโอะ ทางร้านจะเสิร์ฟมาในถ้วยพร้อมน้ำซุปร้อนๆ หอมอร่อย หรือถ้าจะกินแบบซุปเย็น กับราดแกงกะหรี่ก็อร่อยเหมือนกันค่ะ
  2. Creo-Ru ไปโอซาก้าทั้งทีจะพลาดอาหารขึ้นชื่ออย่างทาโกะยากิได้ยังไง ร้าน Creo-Ru เป็นร้านที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะร้านนี้ขึ้นอย่างมากในเรื่องของคุณภาพและมีทาโกะยากิมีรสชาติให้เลือกอย่างหลากหลาย จริงๆแล้วร้านนี้มีของที่ขึ้นชื่ออีกอย่างก็คือโอโคโนมิยากิอีกด้วย
  3. Kushikatsu Daruma ร้านคุชิคาซึ หรือ ที่เราเคยเห็นกันคุ้นตาก็คือของเสียบไม้ทอดนั้นเอง ร้านนี้เปิดมาอย่างยาวนานกว่า 90 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1929 กันเลยทีเดียว แบบนี้แล้วมั่นใจในเรื่องของความอร่อยได้เลย โดยของที่นำมาเสียบไม้นั้นก็หลากหลายมาก เช่น เนื้อสัตว์ ชีส ไข่ต้ม มันฝรั่ง กุ้ง มีทบอล ไก่ และ ฯลฯ กินกับน้ำจิ้มซีอี๊วรสหวานคล้ายๆกับน้ำจิ้มทงคัตสึ 
  4. Hozenji Sampei ร้านนี้ขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องความนุ่มฟูของโอโคโนมิยากิ ในส่วนของโอโคโนมิยากิหรือที่ใครหลายๆคนเรียกกันว่าแพนเค้กญี่ปุ่นนั้นจะทำมาจากแป้ง ไข่ ผักกะหล่ำ เนื้อสัตว์ และผักอื่นๆ หรือจะเลือกใส่อะไรก็ได้ตามใจชอบมาผสมรวมกัน รสชาติที่ออกมาเลยจะต้องถูกใจคุณแน่นอน โดยที่ร้านจะแนะนำให้คุณท็อปโอโคโนมิยากิของคุณด้วยากิโซบะ เพื่อเพิ่มความอร่อยและทำให้คุณได้กินอิ่มอย่างเต็มที่ไปเลย
  5. Kinryu Ramen ร้านนี้มีสัญลักษณ์ที่หาได้ง่ายมากๆคือมังกรตัวสีเขียวใหญ่ๆอยู่หน้าร้าน ราเมนร้านนี้มีน้ำซุปให้เลือกถึงสามแบบคือ โชยุ มิโซะ และกระดูกหมู แต่บอกเลยทั้งสามแบบหอมอร่อยทั้งหมด แนะนำตอนไปให้หลีกเลี่ยงช่วงเวลาทานข้าว เพราะร้านนี้คนเยอะมากๆ

 

เตรียมตัวเดินทางไปค่ายพักแรม

 การเข้าค่ายพักแรมเป็นกิจกรรมนันทนาการอย่างนึง ที่เสริมสร้างความสามัคคีปรองดอง และปลูกฟังความเมตตา ให้มีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ ฝึกความ อดทนอดกลั้น รักษาระเบียบวินัย

ช่วยเหลือตนเองในเวลาที่คับครันอย่างหลงป่าติดเกาะ การจัดตั้งค่ายนั้นมีหลายวัตถุประสงค์ต่างออกไป อย่างเช่น บางครั้งก็เป็นการจัดค่ายธรรมะเพื่อให้มาสวดมนต์ทำบุญให้จิตใจสงบ แต่หลายๆปัจจัยก็คือการอยู่รวมกันให้เป็นคอยดูแลช่วยเหลือกันและกัน การเตรียมตัวเดินทางไปนั้นควรเตรียมอะไรบ้าง

1.การเตรียมร่างกายให้พร้อม

  ก่อนเราจะเดินทางไปที่ไหนที่ห่างไกลจากบ้านนั้น เราควรดูตัวเราก่อนว่าพร้อมไปไหมและดูแลร่างกายให้พร้อมแข็งแรงอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ไปถึงที่และเป็นภาระคนที่ต้องดูแล ถ้าเรารู้ตัวว่าไปไม่ไหวมีไข้ไม่สบายควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน ถ้าหากฝืนทำกิจกรรมต่อไปแล้วนั้นอาจจะเกิดไข้ขึ้นสูงจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลพักรักษาตัวอยู่หลายวัน เป็นอันตรายต่อชีวิต

2.เตรียมเครื่องใช้ส่วนตัว

  สิ่งที่เราจะขาดไม่ได้เลยนั้นคือ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเราที่มีแค่เราเท่านั้นที่ใช้ไม่ใช่ของสวนร่วมที่ใช้ด้วยกัน เช่น แปรงสีฟัน สบู่ ยาสระผม และควรพกไม้ปั่นหูไปด้วยเพราะอาจมีกิจกรรมที่ป้นโคลน เปื้อนน้ำ การทำความสะอาดจุดที่เอื้อมไม่ถงเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะจุดเหล่านั้นเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรค เสื้อผ้าก็ด้วยเช่นกัน ไม่ควรใช้กับคนอื่นเราต้องเตรียมไปใช้ของเราเอง 

3.ยาสามัญประจำบ้าน

  ยาเป็นสิ่งสำคัญมาก และที่ควรพกไปคือยาสามัญจำพวกเช่น ยาแก้ไข้ แก้ไอ หรือยาทาสำหรัญแผลฟกช้ำเราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอุบัตติเหตุหรือเป็นไข้ไม่สบายตอนไหนอย่างน้อยยาที่เตรียมไปก็สามารถบรรเทาอาการเหล่านั้นได้บางไม่มากก็น้อย ส่วนคนที่มีโรคประจำตัวแล้วนั้นก็ควรเตรียมยาของตัวเองไปด้วยให้เพียงพอต่อหลายๆวันที่ค้างคืนและเมื่อทำกิจกรรมไม่ไหวให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพราะอาจจะเกิดเหตุถึงขั้นเสียชีวิตได้

4.เครื่องนุ่งห่ม

  เราที่ไม่รู้สภาพอากาศของที่พักแล้วว่าร้อนหรือหนาวควรเตรียมอุปกรณ์เครื่องนุ่งห่มไปด้วยถึงที่พักจะเตรียมไว้แล้วแต่เราไม่รู้ว่าจะเพียงพอต่อเราหรือไม่ถึงจะพอแต่จะให้ความอบอุ่นได้ไหม ดังนั้นเราต้องเตรียมไปเองด้วยอย่างน้อยก็เสื้อกันหนาว ถ้าเตรียมผ้าห่มไปด้วยได้ยิ่งดี

5.อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

   เครื่องมืออำนวยความสะดวกนั้นเอาไว้ใช่ยามจำเป็นอย่างเช่น ไฟฉาย ถ้าเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ก็ ต้องเอาที่ชาร์แบต ปลั๊กพ่วงไปด้วย

พาเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ คือเขื่อนที่เอาไว้กักเก็บน้ำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  ที่ทรงให้สร้างเขื่อนป่าสักขึ้นมา

นั่นก็เพราะว่าพระองค์ต้องการให้เขื่อนนี้คอยกั้นน้ำเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วม  สำหรับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 2 เดือนธันวาคม ปีพุทธศักราช 2537 ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมชลประทานที่จะเป็นผุ้ที่ดูแลเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แห่งนี้  เหตุที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงต้องการให้สร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แห่งนี้นั่นก็เพราะท่านทรงเห็นว่าแถวลุ่มแม่น้ำป่าสักในทุกทุกปีมักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมในหน้าฝน ส่วนหน้าร้อนก็มักจะขาดแขลนน้ำในการใช้ทำงานการเกษตร

ดังนั้น พระองค์จึงทรงโปรดให้ทรงสร้างเขื่อนที่บริเวณนี้ขึ้นเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง และเมื่อมีการก่อสร้างเขื่อนแห่งนี้ขึ้นก็ต้องใช้เวลานานกว่า 5 ปีกว่าจะสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เสร็จสิ้น โดยสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 30 เดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2542 ซึ่งในวันทีทำพิธีเปิดให้ใช้งานนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีนารถทรงเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการใช้งานเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในครั้งนั้นด้วย สำหรับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้นอยู่ในเขตพื้นที่รอยต่อของทั้งจังหวัดสระบุรีกับจังหวัดลพบุรี

และเป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญสำหรับจังหวัดสระบุรีและจังหวัดลพบุรีเป็นอย่างมาก ตั้งแต่มีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่บริเวณแห่งนี้ก็ไม่พบกับปัญหาน้ำท่วมและการขาดแขลนน้ำใช้อีกเลย  และที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นี้ได้เปิดเป็นแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวให้คนได้เข้ามาชมความงามของเขื่อนและที่เขื่อนนี้จะมีสถานที่ให้ปล่อยปลา และมีจุดชมวิวสวยสวยมากมาย

และที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แห่งนี้เองได้มีการจัดอันดับความงามให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและถือว่าเป็นหนึ่งในอันซีน ไทยแลนด์อีกด้วย สำหรับการเดินทางนอกจากจะขับรถยนต์ส่วนตัวมาเที่ยวได้แล้วที่นี่ยังเป็นเส้นทางผ่านของทางรถไฟ ดังนั้น หากใครอยากเที่ยวแบบธรรมชาติสามารถนั่งรถไฟมาชมความงามของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้เลย และในทุกทุกปีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมักจะมีการจัดงานนั่งรถไฟเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนได้มาชมความงามของเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทยแห่งนี้ โดยเรียกรถไฟสายพิเศษนี้ว่า สายกรุงเทพ – เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และชาวบ้านมักจะเรียกรถไฟที่วิ่งผ่านเส้นนี้ว่า รถไฟลอยน้ำ