คลังเก็บรายเดือน: กุมภาพันธ์ 2022

หมู่บ้าน  Nongsohphan เมือง Meghalaya  ประเทศอินเดีย

       ถ้าหากพูดถึงประเทศอินเดียเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงประเทศที่มีพลเมืองเยอะมากที่สุดติดอันดับโลกนอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่มีการก่ออาชญากรรมเป็นอันดับต้นๆของโลก หมู่บ้าน  Nongsohphan รวมถึงเป็นประเทศที่มีพลเมืองยากจนมากที่สุดในโลกเรียกได้ว่าถ้าหากพูดถึงประเทศอินเดียนั้นพื้นที่โดยรอบของประเทศอินเดียแล้ว

ไม่น่าสนใจกับการมาเที่ยวเลยทีเดียวยกเว้นนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าก็มักจะเดินทางมาแสวงบุญที่ประเทศอินเดียเนื่องจากว่าประเทศนี้คือส่วนหนึ่งของการถือกำเนิดของศาสนาพุทธนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าหลายคนอาจจะไม่ค่อยนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอินเดียมากนักแต่อันที่จริงแล้วอินเดียก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามและน่าสนใจนอกจากเรื่องสถานที่ที่ศึกษาเกี่ยวกับศาสนาพุทธอีกด้วยโดยสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะพาไปรู้จักกันในครั้งนี้คือหมู่บ้าน Nongsohphan

ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้นั้นอยู่ในป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากดังนั้นสภาพภูมิอากาศของหมู่บ้านแห่งนี้นั้นจึงค่อนข้างที่จะมีความชื้นสูงและหมู่บ้านแห่งนี้ก็ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บริเวณใกล้กับภูเขาซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้นั้นอยู่ในเมือง Meghalaya

          สำหรับสถานที่แห่งนี้นั้นหลายคนที่เคยเดินทางไปเที่ยวที่นี่ต่างก็มีการขนานนามสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นหมู่บ้านที่เปียกที่สุดในโลก ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีการถูกตั้งฉายาแบบนี้ ไม่ใช่เพราะว่ามีฝนตกอยู่ตลอดเวลาตลอดทั้งปี  แต่ที่นี่มีต้นไม้เป็นจำนวนมากทำให้เกิดความชื้น

ทำให้นี่หมู่บ้านแห่งนี้จะมีทั้งหมอกและไอเย็นปกคลุมทั้งหมุ่บ้านตลอดทั้งปีนั่นเอง นอกจากนี้ถ้าหากเข้าถึงช่วงฤดูฝนเมื่อไหร่หมู่บ้านแห่งนี้ก็จะมีฝนตกหนักในปริมาณที่เยอะมากๆซึ่งแตกต่างกับในหมู่บ้านอื่นๆหรือในเขตพื้นที่อื่นๆนั่นเองทำให้ที่นี่จึงได้รับฉายาจากคนภายนอกว่าเป็นหมู่บ้านที่เปียกที่สุดในโลก

         สำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากจะเดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งนี้จะต้องเป็นคนที่ชื่นชอบธรรมชาติอย่างแท้จริงเพราะชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งนี้นั้นจะใช้ชีวิตกันแบบเรียบง่ายและใช้ชีวิตแบบชนบททั่วไปไม่มีแสงสีเสียงและไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไร

ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่ชื่นชอบการเดินป่าหรือชอบการผจญภัยซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็จะได้ชมกับความสวยงามทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นสะพานข้ามลำธารที่เกิดขึ้นมาจากการที่ต้นไม้มีการสร้างรากออกมาแล้วพันกันจนเกิดเป็นสะพานไม้เกิดขึ้นและมีความยาวถึงขนาดข้ามแม่น้ำได้  

 

สนับสนุนโดย.    Ufabet เข้าสู่ระบบ        

ศาลาหลบเสือ จังหวัดสงขลา 

  ศาลาหลบเสือ  สำหรับสาระรูปเสือนั้นเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเป็นโบราณสถานที่มีประวัติศาสตร์เป็นมายาวนานตั้งแต่ในยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือก็คือสมัยของรัชกาลที่ 3 เลยทีเดียวซึ่งศาลาแห่งนี้ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นมาในช่วงของพุทธศตวรรษที่ 24 เลยก็ว่าได้

    สถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่อว่าศาลาหลบเสือนี้ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เรายังสามารถมองเห็นรูปแบบการก่อสร้างในสมัยดังเดิมเพราะว่าถึงแม้ว่าระยะเวลาก็ผ่านมานานหลายสิบปีแล้วแต่ก็ยังคงมีร่องรอยให้เราเห็นซึ่งเป็นโบราณสถานที่น่าสนใจที่น่าแวะมาเยี่ยมชมเป็นอย่างมากเลยทีเดียวโดยสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางเดิมโบราณระหว่างบ้านหัวเขากับสทิงหม้อ  

    สำหรับสถานที่แห่งนี้นั้นในสมัยก่อนที่นี่ถือว่าเป็นเมืองที่มีสัตว์ที่ดุร้ายอย่างเสือ ชุกชุมเป็นอย่างมากเลยทีเดียวซึ่งบริเวณจุดนี้นั้นเรียกว่าเมืองสงขลาแหลมสนซึ่งนักท่องเที่ยวหรือชาวบ้านที่เดินทางผ่านไปผ่านมาที่เดินทางมายังจุดนี้ก็มักจะต้องเจอกับอันตรายของเสือร้ายทำให้จำเป็นที่จะต้องมีการสร้างศาลาขึ้นมาเพื่อเป็นที่เอาไว้ให้คนที่เดินทางผ่านไปผ่านมานั้นใช้สำหรับในการหลบเสือและใช้สำหรับในการพักแรม

    สำหรับลักษณะของศาลาหลบเสือนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับอาคารปลูกก่อสร้างขึ้นมาโดยมีอาคารนี้ไม่ได้มีแอร์ขนาดใหญ่มากนักแต่ว่าสามารถที่จะเข้าไปพักผ่อนและหลบฝน และสัตว์ร้ายได้ลักษณะของการก่อสร้างนั้นถูกออกแบบมาด้วยสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่นของภาคใต้ซึ่งเป็นลักษณะของการก่อสร้างในช่วงของประมาณยุครัตนโกสินทร์

      อย่างไรก็ตามว่ากันว่ามีเรื่องเล่าขานกันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณว่าศาลาแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาเป็นอนุสรณ์สถานของพระยาวิเชียรคีรีซึ่งเคยปราบเสือได้โดยในครั้งนั้นท่านเป็นตัวตั้งตัวตีเป็นผู้นำในการที่พาชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ออกไปพร้อมกับเสือและสามารถที่จะทำการยิงเสือที่มีความดุร้ายจนตายได้ทำให้ชาวบ้านนั้นต่างก็ให้ความเคารพนับถือพระยาวิเชียรคีรีคนนี้เป็นอย่างมากนอกจากนี้ชาวบ้านก็ได้มีการขนานนามเรียกท่านขึ้นมาว่าพระยาสงขลาเสือและได้มีการก่อสร้างสถานที่แห่งนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความสำเร็จในการปราบเสือได้อีกด้วย 

   สำหรับสถานที่แห่งนี้ปัจจุบันยังคงได้รับความนิยมจากบรรดานักเรียนนักศึกษาต่างๆซึ่งจะมีคณะครูอาจารย์พามาศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาซึ่งที่นี่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมประวัติความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวนั้นได้สัมผัสและได้รู้ถึงวิถีชีวิตของคนในสมัยโบราณได้อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย.  gclubเครดิตฟรี

แนะนำอุทยานแห่งชาติที่มีน้ำพุร้อน ให้นักท่องเที่ยวได้แช่ตัวคลายเมื่อย

  แนะนำอุทยานแห่งชาติ  แนะนำสถานทีท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่นักท่องเที่ยว สามารถพักผ่อนหย่อนใจ และแช่น้ำร้อน ตากเต้นนอนชมวิวในช่วงกลางคืนได้ด้วย ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่จะแนะนำนี้เป็นแหล่งน้ำพุรอ้น โดยจะมีการแนะนำสองจังหวัด สองสไตส์  ซึ่งที่แรกนั้นอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนอีกที่นั้นอยู่ที่จังหวัดลำปาง โดยทั้งสองสถานที่นั้นมีความสวยงาม มากมายเลยทีเดียว

 โป่งเดือดป่าแป๋  จังหวัด เชียงใหม่

       โป่งเดือดป่าแป๋เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังตำบลป่าแป๋อำเภอแม่แตงจังหวัดเชียงใหม่เป็นน้ำพุร้อนแบบไกเซอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมีจำนวน 3-4 บ่คุณภูมิน้ำใต้ดินราว 170 ถึง 200 องศาสวนน้ำผิวดินประมาณ 90 ถึง 100 องศาเซลเซียสในอดีตน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นจากโป่งเดือดป่าแป๋มีความสูงถึง 5 เมตรแต่ปัจจุบันสูงแค่ 1 เมตรเนื่องจากปริมาณน้ำใต้ดินลดน้อยลงเมื่อก่อนนี้คงเดือดป่าแป๋เป็นเส้นทางและทานสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปปาย

           ปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งของเชียงใหม่ภายใต้การดูแลของอุทยาน อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังมีการสร้างบ้านพักของอุทยานไว้รองรับนักท่องเที่ยวมีลานกางเต็นท์ร้านค้าบ่อแช่เท้าแช่ตัวที่อำนวยความสะดวกต่างๆและมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติจากด้านหน้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังไปยังน้ำพุร้อนผ่านป่าที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่และมอสชนิดต่างๆ

    น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง

          แหล่งน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนจังหวัดลำปางประกอบไปด้วยบ่อน้ำร้อน 9 บ่อเกิดจากน้ำบนผิวดินที่ไหลซึมผ่านรอยแตกระหว่างชั้นหินลงไปใต้ดินซึ่งอยู่ใกล้กับรอยเลื่อนแม่ทำให้ใต้ดินนั้นมีอุณหภูมิสูงถึง 140 องศาเซลเซียสความร้อนจะน้ำให้กลับขึ้นมาสู่ผิวดินด้านบนอีกครั้งกลายเป็นแอ่งน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 68 ถึง 82 องศาเซลเซียสความพิเศษอีกอย่างของแหล่งน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนคือให้ทานน้ำแร่จะมีสาหร่ายเทอร์โมฟิวส์ ต่อความร้อนเป็นพิเศษและยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดเป็นกลุ่มแรกๆของโลกอีกด้วย

           ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแหล่งน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนคือช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์หรือช่วงฤดูหนาวนอกจากจะมาแช่น้ำแร่ร้อนออนเซ็นแบบไทยๆบำบัดความเมื่อยล้าทำให้ร่างกายสดชื่นหรือมารักษาโรคผิวหนังบริเวณแหล่งน้ำพุร้อนอย่างงดงามไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศโดยเฉพาะในยามเช้าเมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องกระทบกับหมอไอน้ำที่ลอยอยู่เหนือบ่อน้ำร้อนที่มีโขดหินน้อยใหญ่กระจายไปทั่วบริเวณทำให้กลายเป็นทุ่งสีทองงดงาม 

   อยากไรก็ตามหากใครสนใจไปแช่น้ำพุร้อน หากไม่สะดวกหน้าหนาว คุณสามารถเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเช่นกัน 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บ พนันออนไลน์ เดิมพัน ตรง บริษัท แม่

หาดเจ้าหลาว จังหวัดจันทบุรี 

  หาดเจ้าหลาว  ถ้าให้พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวริมชายหาด  ผู้คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์หรือไม่ก็เพชรบุรีหรือไม่ก็เป็นชลบุรีและระยองซึ่ง 4 จังหวัดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวริมทะเลที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวคนไทยที่ไม่ค่อยมีเวลาเดินทางไปเที่ยวไกลๆมากนัก

แต่อยากเที่ยวทะเลในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็ว่าจะพากันไปเที่ยวภายใน 4 จังหวัดนี้แต่อันที่จริงแล้วสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นทะเลนั้นไม่ใช่เพียงแค่ 4 จังหวัดนี้เท่านั้นที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯเพราะที่จังหวัดจันทบุรีก็มีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่อยู่ติดกับทะเลเช่นเดียวกัน

       ดังนั้นสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในครั้งนี้ที่เราจะพาไปรู้จักกันนั่นก็คือหาดเจ้าหลาวซึ่งที่นี่บอกได้เลยว่าน้ำทะเลนั้นมีความใสสะอาดหน้าโรงเรียนเป็นอย่างมากที่สำคัญนั้นชายหาดนั้นสีสวยมาก

เป็นทรายสีแดงละเอียดยิบมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่ไม่เหมือนใครเลยทีเดียว   เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวตรงบริเวณหาดเจ้าหลาวหากมาช่วงจังหวะดีๆเป็นช่วงที่น้ำลดนักท่องเที่ยวจะได้เห็นแนวสันทรายที่เกิดขึ้นเองในช่วงน้ำลดโดยแนวแห่งนี้นั้นจะเป็นแนวยาวลงไป

        ซึ่งจุดนี้นั้นจะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวพากันมาชมความงดงามของหาดทรายและท้องทะเลแต่บริเวณนี้จะไม่อนุญาตให้มีการล่าสัตว์อย่างเด็ดขาดหาดเจ้าหลาวมีจุดชมวิวหลายจุดด้วยกันไม่ว่าจะเป็นตรงบริเวณชายหาดเลยหรือจะไปตรงบริเวณแหลมหินนอกจากนี้ยังมีบริเวณสันเขาซึ่งนักท่องเที่ยวนั้นสามารถเลือกได้เลยว่าจะชมวิวตรงจุดไหนเพราะไม่ว่าจะนั่งอยู่ตรงจุดไหนนั้นวิวทิวทัศน์ก็งดงามไม่แตกต่างกัน

      ที่นี่นักท่องเที่ยวยังสามารถทำกิจกรรมด้วยการดำน้ำชมปะการังได้อีกด้วยซึ่งที่นี่นั้นเป็นปะการังน้ำตื้นเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสวยงามใต้น้ำมากและที่นี่บอกได้เลยว่าอากาศบริสุทธิ์มากอาหารอร่อยขึ้นชื่อเรื่องของอาหารทะเลที่สด

และใหม่รวมถึงราคาถูกนอกจากนี้ที่พักนั้นยังหรูหรามีระดับอีกด้วยที่หาดเจ้าหลาวแห่งนี้มีความงดงามทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืนบรรยากาศสดชื่นเย็นสบายนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะมานั่งตรงบริเวณริมชายหาดมองพระอาทิตย์ยามตกดินหรือแม้แต่ตื่นออกมาแต่เช้าตรู่เพื่อมองยามพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า

         สำหรับใครที่ชอบดูแนวปะการังใต้น้ำ แต่ไม่อยากดำน้ำ สามารถใช้บริการนั่งเรือท้องกระจก ที่มีการเตรียมเอาไว้บริการนั่งท่องเทียว ล่องทะเลดูปะการังและสัตว์ใต้ทะเลได้ด้วย  นอกจากนี้หากนักท่องเที่ยว อยากมาเที่ยวที่หาดเจ้าหลาว ที่เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมาเยอะมากควรจะมาช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนพฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่หาดเจ้าหลาวมีกิจกรรมเยอะมาก 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บไหนแตกดี