คลังเก็บรายเดือน: พฤศจิกายน 2020

นักท่องเที่ยว เฮ “อินทนนท์” ยะเยือก แตะ 5 องศา

ส่วนใครที่กำลังไปท่องเที่ยวนั้นได้อย่างแน่นอนเพราะว่ายอดดอยอินทนนท์ซึ่งไม่ทำให้เหล่านักท่องเที่ยวความผิดหวังอย่างแน่นอนเพราะว่าในตอนนี้ตอนเย็นเป็นอย่างมากเพราะอากาศนั้นแตะอยู่ที่ 5 องค์และถือว่าเป็นอากาศที่ต่ำที่สุด ปีแรกปีนี้แต่ยังต้องเห็นกันอยู่ว่าเหตุยังไม่มี เหมยขาบ

      ซึ่งในวันนี้เราได้รับรายงานว่าเราบรรดานักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวอยู่บนดอยอินทนนท์นั้นมีความสนใจที่จะแห่มานอนกางเต็นท์เพื่อที่จะสัมผัสอากาศหนาวกันอย่างเนื้อแน่นเนื่องจากเป็นวันหยุดยาวอีกทั้งนักท่องเที่ยวหลายพันคนที่พากันขึ้นมานอนค้างข้างบนนี้ตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมาอากาศจะสัมผัสได้ว่าเย็นสุดๆนั่นเอง โดยสภาพอากาศของในตอนเช้าเราจะวัดอุณหภูมิได้ว่าอยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส

ซึ่งที่เราวัดนั้นเราอยู่ที่กิ่วแม่ปานพี่บอกได้เลยว่ามีความหนาวเย็นสุดๆถือว่าเป็นอุณหภูมิที่ลดแบบรวดเร็วที่สุดที่เราวัดได้ในขณะนี้ ส่วนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่กันนั้นก็จะมายืนรอกันเพื่อที่จะรอชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าพร้อมกับทะเลหมอกซึ่งบอกได้เลยว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

เพราะเหล่านักท่องเที่ยวนั้นได้ถ่ายรูปเก็บเอาไว้รวมไปถึงยังมีสภาพอากาศที่ปลอดโปร่งไม่มีฝนจึงทำให้นักท่องเที่ยวนั้นมาเที่ยวที่ดอยอินทนนท์เป็นจำนวนมากนั่นเองถ้าให้เรานับได้ก็อยู่ราวๆประมาณเกือบหมื่นคนสำหรับในการท่องเที่ยวของวันนี้

      ส่วนทางพยากรณ์กรมอุตุวิทยาทางภาคเหนือได้รายงานว่าลักษณะอากาศบริเวณกดอากาศสูงมีสภาพอากาศเย็น ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศที่เย็นและมีลมที่แรงส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาว และออกมารายงานว่าให้เหล่านักประชาชนหรือนักท่องเที่ยวให้แต่งกายให้มิดชิดใส่เสื้อให้หนาดูแลสุขภาพกันด้วยนั่นเอง

       และเมื่อเราได้เห็นภาพเกี่ยวกับบรรยากาศของดอยอินทนนท์ที่ผู้คนแห่กันไปเที่ยวเพื่อที่จะสัมผัสบรรยากาศหนาวในครั้งนี้จะเห็นได้ว่าผู้คนนั้นมีการแต่งกายที่มิดชิดและมีใบหน้าสีหน้าที่มีความรู้สึกยิ้มกับการที่เราได้สัมผัสอากาศหนาวพร้อมกับการดูพระอาทิตย์ขึ้นดูทะเลหมอกว่างๆๆก็เป็นเรื่องที่เหล่านักท่องเที่ยวประทับใจกันนั่นเองเพราะว่าสามารถที่จะมาสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นก่อนใคร

     และถ้าใครได้มาเที่ยวที่นี่ยอมรับเลยว่าต้องมีความประทับใจอย่างแน่นอนและเราจะเห็นได้รอบๆทั้งสองฝั่งของข้างถนนจะเห็นว่าผู้คนนั้นยืนเรียงรายเพื่อที่จะดูทะเลหมอกและพร้อมกับการเปิดรับวันใหม่ที่สาดแสงพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้านั่นเอง อีกทั้งยังเห็นผู้คนมากมายต่างหยิบกล้องมือถือหรือว่ากล้องถ่ายรูปเพื่อที่จะเก็บภาพประทับใจบางครั้งหนึ่งในชีวิตเราก็เคยได้มาสัมผัสอากาศหนาวที่ดอยอินทนนท์นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

เที่ยวเกาะช้าง  จังหวัดตราด 

            สำหรับครั้งนี้จะพาไปเที่ยวเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศโดยเกาะแห่งนี้อยู่ในจังหวัดตราดซึ่งถ้าหากนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯจะเดินทางไปเที่ยวที่เกาะแห่งนี้

จะใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงหากรถไม่ติด ซึ่ง  หากนับจากระยะทางจากกรุงเทพฯไปที่เกาะแห่งนี้จะคิดระยะทางประมาณ 300 กว่ากิโลเมตร การเดินทางในตอนนี้ถือว่าไม่ลำบากมากนักขับรถมาตามเส้นทางพอมาถึงจังหวัดตราดมาตรงบริเวณแหลมงอบก็สามารถนั่งเรือแล้วข้ามฟากมาที่เกาะแห่งนี้ได้เลย

         โดยก่อนที่จะแนะนำที่เที่ยวในครั้งนี้ก็คือเกาะช้าง ซึ่งมีพื้นที่ห่างจากอำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด  เพียงแค่ประมาณ 8 กิโลเมตรเท่านั้น  ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทะเลและชื่นชอบทัศนียภาพที่มีแต่ป่าไม้รวมถึงชอบการเดินเล่นริมชายหาดมองพระอาทิตย์ขึ้นหรือแม้แต่พระอาทิตย์ตก

ซึ่งจะตกบริเวณขอบของทะเลแนะนำเลยว่าที่เกาะช้างแห่งนี้จะถูกใจนักท่องเที่ยวหลายๆคนอย่างแน่นอนด้วยลักษณะของภูมิประเทศที่เป็นภูเขาขึ้นซ้อนกันมากมายหลายรูปและยังมีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นเต็มภูเขามองเห็นสีเขียวขจีของต้นไม้เกาะช้างแห่งนี้นับได้ว่าเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากที่สำคัญที่เกาะช้างแห่งนี้มีพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวเล่นและทำกิจกรรมกันมาก 1 429 ตารางกิโลเมตร 

        แน่นอนว่าที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชื่นชอบเดินทางมาเที่ยวเพราะ  ที่เกาะช้างแห่งนี้จะมีกิจกรรมมากมายเอาไว้รองรับนักท่องเที่ยวคอยมาใช้บริการ ไม่ว่าคุณต้องการที่จะเดินเล่นริมชายหาดหรือแม้แต่นอนพักผ่อนริมชายหาดอาบแดดยามเช้า

หรือแม้แต่การที่จะลงไปดำน้ำดูปะการังที่มีความสวยงาม และยังมีกิจกรรมผาดโผนให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองเล่นอย่างเช่นการโหนตัวอยู่บนต้นไม้กลางอากาศ 

          นับได้ว่าที่นี่มีกิจกรรมมากมายเอาไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวซึ่งแน่นอนว่าหากใครที่เดินทางมาเที่ยวที่เกาะช้างแห่งนี้คุณจะมีกิจกรรมให้ทำโดยไม่รู้สึกเบื่อเลยทีเดียวที่สำคัญวิวทิวทัศน์ของเกาะช้างมีความงดงามเป็นอย่างมากหากเรามองออกจากเกาะช้างไปสู่ท้องทะเลต่างๆเราจะเห็นได้เลยว่าเช้านี้จะล้อมรอบไปด้วยเกาะขนาดเล็กและขนาดใหญ่มากมายเต็มไปหมดทำให้วิวทิวทัศน์นั้นดูสวยงาม

           สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่เกาะช้างนั้นสามารถเดินทางมาได้ตลอดทุกฤดูกาลแต่ถ้าต้องการอยากจะเห็นเกาะช้างในบรรยากาศที่สวยงามและคลื่นลมแรงควรจะมาช่วงเดือนตุลาคมจนถึงเดือนเมษายนเพราะจะเป็นช่วงที่คลื่นลมจะสงบมากที่สุดแต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะมาเที่ยวที่เกาะช้างในช่วงเวลาไหนคุณก็จะพบความสวยงามตามธรรมชาติที่เกาะช้างจะมีอยู่ได้ตลอดแล้วคุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริงหากได้มีโอกาสมาเยือนเกาะช้าง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub ฟรี 100

สถานที่ท่องเที่ยวเกาะมุกที่จังหวัดตรัง 

เมื่อเราไปถึงแล้วนั้นเราจะเจอกับท่าเรือซึ่งจะมีเหลืออยู่ 2 บริษัทซึ่งจะมี 2 สีคือเรือที่มีสีแดงและเหลืองที่มีสีออกฟ้าน้ำเงิน

โดนเดือนทั้ง 2 เดือนนี้จะนำพาคนออกจากปากได้เฉพาะเวลาตอน 12:30 น เท่านั้นโดยราคานั้นก็ราคาถูกๆคือราคาแค่ 50 บาทเท่านั้นสำหรับชาวต่างชาตินั้นจะบวกขึ้นมาอีก 50 รวมเป็น 100 บาท

ขาไปนั้นแนะนำให้เรานั้นทำการนั่งเรือสีน้ำเงินค่ะเพราะจะถูกกว่าในขาไปแต่หากเรานั่งเรือกลับนั้นก็ควรที่จะนั่งเรือคันสีแดงเพราะว่าจะมีราคาที่ถูกกว่าในค่ะกลับซึ่งจะถูกกว่า 20 บาทก็จะเป็นราคา 30 บาทค่ะซึ่งเรือนั้นก็จะขับประมาณ ครึ่งชั่วโมงได้ก็จะมาถึงที่ท่าเรือของเกาะมุกค่ะ

โดยน้ำของเกาะมุกน้ำจะใสมากๆกลมก็สบายดีมากๆเลยล่ะค่ะ ที่พักที่ราคาถูกมีนักเรียนเยอะจะมีชื่อว่า   KHOMOOKHOSTEL ซึ่งจะเป็นรีสอร์ทที่จะทำการแยกข้อของชายและหญิงโดราคาก็จะแค่ 350 บาทต่อ 1 คนค่ะแต่ก็จะมีอีกรีสอร์ทนึงซึ่งเป็นรีสอร์ทสำหรับคนที่อยากจะนอนเป็นกลุ่มด้วยกัน

กับคนที่มาด้วยกันก็จะมีรีสอร์ทหนึ่งชื่อ เกาะมุกหาดฝรั่งบังกะโล โดยราคานั้นน่าจะประมาณ 450 บาทซึ่งถ้าราคา 450 บาทนั้นจะเป็นห้องน้ำที่จะใช้ด้วยกันแต่หากว่าอยากได้เป็นห้องน้ำแยกเลยก็จะเพิ่มราคาสูงขึ้นมาอีกหน่อยเป็นราคา 550 แต่คนส่วนใหญ่มักจะเลือกที่จะมาพักที่นี่ KHOMOOKHOSTELกัน

เพราะว่าที่นี่นั้นจะมีบริการให้ทานอาหารเช้าฟรีซึ่งถ้าเกิดว่าเราออกมาจากรีสอร์ทแล้วต้องการที่จะเที่ยวเล่นนั้นเราก็สามารถที่จะไปเช่าเรือเพื่อไปดูวิวกันเพลินได้โดยราคา 100 บาทต่อ 1 ชั่วโมงในการจ้างให้คนเขาพายเรือค่ะโดยแนะนำว่าให้เรานั้นไปที่ถ้ำที่ชื่อว่าถ้ำเสือ

ซึ่งที่นี่นั้นจะมีปลานีโม่น่ารักๆเต็มไปหมดเลยนะค่ะซึ่งถ้าหากว่าเรานั้นไม่ได้ไปตรงจุดถ้ำเสือแล้วก็สามารถที่จะอยู่ตรงหน้าหาดเกาะมุกก็ได้เหมือนกันค่ะแต่ว่า ปลานีโม่นั้นก็จะมีปริมาณที่น้อยกว่าที่อยู่ในถ้ำเสือจำนวนหนึ่งเลยทีเดียวค่ะซึ่งตลอดเวลานั้นก็จะมีฝูงปลาน่ารักๆว่ายน้ำผ่านไปต้องปลลาการังตลอดเวลาเลยค่ะ

โดยส่วนใหญ่นั้นขอแนะนำว่าให้กับคนนั้นตัวกันเพราะว่าถ้าเกิดว่ามาแบบตัวนั้นก็อาจจะวุ่นวายนิดหน่อยซึ่งที่เกาะมุกนั้นอาจจะได้มีลักษณะที่ใหญ่มากเท่าไหร่นัก แต่ว่าบรรยากาศนั้นดีมากๆเลยทีเดียวค่ะมีทั้งภูเขาที่เขียวชอุ่มรับงานนอกจากนั้นยังมีนกเงือกหรือมีเหยี่ยวบินผ่านไปผ่านมาด้วยค่ะ สวยงามทำให้สว่างมาก

ในช่วงเวลากลางคืนมีอาหารให้เลือกเยอะมากซึ่งอาหารนั้นก็ตามประมาณ 80 บาทราคาถูกๆสำหรับคนที่กินไม่เยอะเอามา และหากเรานั้นจะนั่งเรือกลับแล้วเราก็ควรที่จะจำไว้ว่าควรจะต้องรีบตื่นและต้องไปถึงท่าเรือขากลับก่อน 8:00 น   คงจะไปถึงที่ท่าเรือตอนช่วงเวลา 07:40 น เพราะว่าเดือนนั้นจะกลับแค่ช่วงเวลา 8:00 น เท่านั้นและจะไม่ขับกลับมาที่เกาะอีก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclubฟรี500

พาชมเมืองประวัติศาสตร์

พาชมเมืองประวัติศาสตร์  พระปรางค์สามยอดจังหวัดลพบุรี

          หากใครที่ได้ศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์จะพบว่าจังหวัดลพบุรีนั้นเป็นจังหวัดหนึ่งที่เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยโบราณอายุหลายร้อยปีมาแล้วซึ่งแน่นอนว่าที่จังหวัดลพบุรีนั้นได้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สามารถระบุได้ว่าจังหวัดลพบุรีนั้นมีอายุยาวนานมาแล้วกี่หลายร้อยปี

โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์นั้นก็คือพระปรางค์สามยอดซึ่งอยู่ใจกลางอำเภอเมืองของจังหวัดลพบุรีอยู่ตรงบริเวณตลาดของจังหวัดลพบุรีเลยก็ว่าได้และที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หากใครมาเที่ยวที่จังหวัดลพบุรีจะต้องเดินทางแวะมาชมความงดงามหลักฐานทางประวัติศาสตร์แห่งนี้มีการถ่ายรูปเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงว่าครั้งหนึ่งเรานั้นได้เคยมาเที่ยวจังหวัดลพบุรีซึ่

งถ้าหากใครมาเที่ยวที่ลพบุรีแล้วไม่มาถ่ายรูปกับพระปรางสามยอดก็เหมือนมาไม่ถึงจังหวัดลพบุรีนั่นเองสำหรับที่นี่นับเป็นแลนด์มาร์คแห่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดของจังหวัดลพบุรีเลยก็ว่าได้และลักษณะของพระปรางค์สามยอดนั้นจะเป็นสิ่งก่อสร้างซึ่งเป็นลักษณะของอาคารทอดยาว

โดยมียอดปรางค์ทั้งหมดอยู่ด้วยกันสามยอดต่อกันโดยมีความเชื่อกันว่าพระปรางค์สามยอดนั้นมีการสร้างมาเรียนแบบของศิลปะเขมรซึ่งเป็นศิลปะแบบบายนอีกทั้งยังมีหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้จากกรมศิลปากรว่าพระปรางค์สามยอดนี้มีอายุมาตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 18 ที่สำคัญสิ่งที่นำมาก่อสร้างเป็นรูปพระปรางค์สามยอดนั้นถูกสร้างด้วยศิลาแลง

ซึ่งมีความแข็งแกร่งและทนทานเป็นอย่างมากจึงทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่พระปรางค์สามยอดนั้นยังคงเห็นพระปรางค์สามยอดที่อยู่ในลักษณะของรูปแบบที่สมบูรณ์แบบและสวยงามเป็นอย่างมากซึ่งแน่นอนว่าบริเวณระหว่างสามยอดนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำรั้วมากั้นไว้พื้นที่ในบริเวณพระปรางค์สามยอดนั้น

จะถูกปูด้วยสนามหญ้าและถูกยึดด้วยเหล่าบรรดาลิงทั้งหลายที่จะคอยดูแลพระปรางค์สามยอดเอาไว้ซึ่งหากใครเดินทางมาก็จะเห็นพระปรางค์สามยอดนั้นสวยเด่นอยู่ตรงกลางแจ้งโดยนักท่องเที่ยวที่อยากจะชมความงดงามสามารถมาชมความงดงามได้ทุกวัน

         อย่างไรก็แล้วแต่ตามประวัติศาสตร์หลักฐานที่มีการบันทึกเอาไว้มีการระบุว่าในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนั้นพระองค์ได้มีการส่งทางเจ้าหน้าที่ให้มาบูรณะซ่อมแซมพระปรางค์สามยอดโดยกำหนดให้พระปรางค์สามยอดนั้นเป็นวัดอยู่ในพระพุทธศาสนาอีกทั้งยังได้มีการสร้างพระวิหารต่างๆเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

ซึ่งภายในวิหารนั้นก็จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่โดยระบุว่าพระพุทธรูปภายในนั้นเป็นพระพุทธรูปหินทรายซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองจังหวัดลพบุรีนั้นให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

      

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  บาคาร่าอันดับ