คลังเก็บรายเดือน: เมษายน 2020

ร้านอาหารที่ควรไปลองกินเมื่อไปเที่ยวโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อพูดถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว สิ่งที่หลายๆคนนึกถึงและมักจะพูดถึงเป็นอันดับ 1 เลยก็คือเรื่องของอาหาร เพราะประเทศญี่ปุ่นนั้น ถือเป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับอาหารการกินเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ ขั้นตอนการล้าง จนไปถึงการปรุงรสของอาหาร ทำให้อาหารญี่ปุ่นมีรสชาติที่อร่อยและสดใหม่ ได้รสชาติของวัตถุดิบชั้นดีเข้าไปเต็มๆ จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมอาหารญี่ปุ่นถึงได้รับความนิยมในไทย

และมีร้านอาหารเปิดขึ้นมากมาย หลายๆคนถึงขั้นเก็บเงินเพื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและไปลองอาหารต้นตำหรับกันถึงถิ่นกันเลยทีเดียว โดยส่วนมากเมืองที่ทุกคนเลือกไปที่แรกเมื่อไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นก็คือ โตเกียว และอีกเมืองหนึ่งก็คือโอซาก้า ซึ่งโอซาก้าเป็นอีกเมืองที่มีขนาดใหญ่ทีเดียว และเป็นอีกแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย แถมโอซาก้ายังมีร้านอาหารอร่อยๆเยอะมากๆ

ซึ่งถ้าใครได้ไปท่องเที่ยวบอกได้เลยว่าไม่ควรพลาดร้านเหล่านี้ค่ะ

  1. Byakuan ร้านอุด้งอร่อยๆที่ราคาไม่แพง เส้นอุด้งทำมาจากแป้งข้าวสาลี ตัวน้ำซอสทำมาจากปลาอิวาชิ หรือ ปลาซาร์ดีน สาหร่ายคอมบุจากฮอกไกโด  และปลาคัทซึโอะ ทางร้านจะเสิร์ฟมาในถ้วยพร้อมน้ำซุปร้อนๆ หอมอร่อย หรือถ้าจะกินแบบซุปเย็น กับราดแกงกะหรี่ก็อร่อยเหมือนกันค่ะ
  2. Creo-Ru ไปโอซาก้าทั้งทีจะพลาดอาหารขึ้นชื่ออย่างทาโกะยากิได้ยังไง ร้าน Creo-Ru เป็นร้านที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะร้านนี้ขึ้นอย่างมากในเรื่องของคุณภาพและมีทาโกะยากิมีรสชาติให้เลือกอย่างหลากหลาย จริงๆแล้วร้านนี้มีของที่ขึ้นชื่ออีกอย่างก็คือโอโคโนมิยากิอีกด้วย
  3. Kushikatsu Daruma ร้านคุชิคาซึ หรือ ที่เราเคยเห็นกันคุ้นตาก็คือของเสียบไม้ทอดนั้นเอง ร้านนี้เปิดมาอย่างยาวนานกว่า 90 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1929 กันเลยทีเดียว แบบนี้แล้วมั่นใจในเรื่องของความอร่อยได้เลย โดยของที่นำมาเสียบไม้นั้นก็หลากหลายมาก เช่น เนื้อสัตว์ ชีส ไข่ต้ม มันฝรั่ง กุ้ง มีทบอล ไก่ และ ฯลฯ กินกับน้ำจิ้มซีอี๊วรสหวานคล้ายๆกับน้ำจิ้มทงคัตสึ 
  4. Hozenji Sampei ร้านนี้ขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องความนุ่มฟูของโอโคโนมิยากิ ในส่วนของโอโคโนมิยากิหรือที่ใครหลายๆคนเรียกกันว่าแพนเค้กญี่ปุ่นนั้นจะทำมาจากแป้ง ไข่ ผักกะหล่ำ เนื้อสัตว์ และผักอื่นๆ หรือจะเลือกใส่อะไรก็ได้ตามใจชอบมาผสมรวมกัน รสชาติที่ออกมาเลยจะต้องถูกใจคุณแน่นอน โดยที่ร้านจะแนะนำให้คุณท็อปโอโคโนมิยากิของคุณด้วยากิโซบะ เพื่อเพิ่มความอร่อยและทำให้คุณได้กินอิ่มอย่างเต็มที่ไปเลย
  5. Kinryu Ramen ร้านนี้มีสัญลักษณ์ที่หาได้ง่ายมากๆคือมังกรตัวสีเขียวใหญ่ๆอยู่หน้าร้าน ราเมนร้านนี้มีน้ำซุปให้เลือกถึงสามแบบคือ โชยุ มิโซะ และกระดูกหมู แต่บอกเลยทั้งสามแบบหอมอร่อยทั้งหมด แนะนำตอนไปให้หลีกเลี่ยงช่วงเวลาทานข้าว เพราะร้านนี้คนเยอะมากๆ

 

ไปเวียดนามเที่ยวอะไรดี

เหนื่อยกันมั้ย บางครั้งคุณก็เหนื่อยมาจากการเรียน บางครั้งคุณก็เหนื่อยมาจากการทำงาน หรือคุณอาจจะเหนื่อยมาจากเรื่องอื่นๆที่คุณอาจจะประสบพบเจอมาในชีวิตประจำวัน แล้วทำยังไงให้หายเหนื่อยดีล่ะ คำถามนี้คงเคยผุดขึ้นมาในใจของใครหลายๆคน ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีจัดการและหาทางออกให้กับตัวเองแตกต่างกันไป

บางคนพักเหนื่อยด้วยการดูหนัง บางคนพักเหนื่อยด้วยการเล่นคอม บางคนก็พักเหนื่อยด้วยการอ่านหนังสือ และก็มีบางคนเลือกวิธีการพักเหนื่อยของตนด้วยการไปท่องเที่ยว พักผ่อน เหมือนเป็นการพักร้อนไปในตัว ว่าแต่จะไปเที่ยวพักผ่อนทั้งทีจะไปที่ไหนดีล่ะ ก็ไปเวียดนามไง

เพียงแค่คุณได้ไปที่ประเทศเวียดนามแล้วสูดหายใจเข้าให้เต็มปอด คุณก็เหมือนได้รีเฟรชและชาร์จพลังให้กับร่างกายตัวเอง เพราะเวียดนามเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันงดงามและอุดมสมบูรณ์ รวมถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างโดดเด่น และสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเวียดนามมีดังนี้

  • Cat Cat Village ตั้งอยู่ที่เมืองซาปาซึ่งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศเวียดนาม เป็นหมู่บ้านของชางม้งดำ โดยชาวบ้านที่หมู่บ้านแห่งนี้ใช้ชีวิตแบบสบายๆ เรียบง่าย ทำอาชีพทางเกษตรกรรมเป็นหลัก เมื่อไปที่หมู่บ้านแห่งนี้คุณจะได้เห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงาม ทุกพื้นที่เขียวชอุ่ม และยังได้เห็นการทำแปลงนาข้าวแบบขั้นบันไดอันแปลกตาอีกด้วย และเนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ทางเหนือของเวียดนามจึงทำให้สภาพภูมิอากาศนั้นเย็นสบายตลอดปี เหมาะแก่การไปสูดอากาศอันบริสุทธิ์มากๆ
  • บานาฮิลล์ เมืองจำลองประเทศฝรั่งเศสบนหุบเขาสูง เป็นอีกที่ที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ เพราะอากาศบนหุบเขาเย็นสบายทั้งปี จึงทำให้เที่ยวได้สนุกอย่างแน่นอน ซึ่งบานาฮิลล์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงตากอากาศ มีมาตั้งแต่ยุคเวียดนามกลางโดยตอนนั้นเวียดนามตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส หนึ่งในไฮไลท์ที่ควรทำเมื่อมาบานาฮิลล์คือการนั่งกระเช้าลอยฟ้าค่ะ เพราะเป็นกระเช้าลอยฟ้าที่ยาวที่สุดในโลก และนั่งไปเลยยาวๆแบบไม่มีจุดแวะพัก มีความยาวมากถึง 5,042 เมตร โดยตอนที่อยู่ในกระเช้าสามารถชมปุยเมฆ หมอกได้อย่างใกล้ชิด และทัศนียภาพของหุบเขาเขียวชอุ่ม บอกได้เลยว่าดื่มด่ำไปกับธรรมชาติได้แบบเต็มๆเลย
  • สะพานสีทอง หรือหลายๆคนอาจจะเรียกว่าสะพานอุ้งมือยักษ์ สะพานแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาบานาฮิลล์ เมืองดานัง สะพานแห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของประเทศเวียดนามเลยก็ว่าได้ โดยสะพานสีทองเป็นสะพานลอยฟ้า มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,400 เมตร และมีความยาวกว่า 150 เมตร โดดเด่นด้วยอุ้งมือหินขนาดยักษ์ที่เหมือนโอบอุ้มสะพานเอาไว้ บนสะพานคุณสามารถชมวิวของบานาฮิลล์และธรรมชาติอันสวยงามจากมุมสูงได้ตลอดสองข้างทาง
  • เมืองโบราณฮอยอัน ถือเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมเลยล่ะค่ะ เพราะฮอยอันนั้นเคยเป็นเมืองท่าทางการค้าในอดีตที่สำคัญของเอเชียอาคเนย์ จึงทำให้เป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก จึงทำให้บ้านเรือนมีความผสมผสานระหว่างสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เป็นเมืองที่เราสามารถไปเดินชมและซึมซับไปกับประวัติศาสตร์ของเวียดนามได้ดีเลยค่ะ 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ทางเข้า Ufabet มือถือ

เตรียมตัวเดินทางไปค่ายพักแรม

 การเข้าค่ายพักแรมเป็นกิจกรรมนันทนาการอย่างนึง ที่เสริมสร้างความสามัคคีปรองดอง และปลูกฟังความเมตตา ให้มีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ ฝึกความ อดทนอดกลั้น รักษาระเบียบวินัย

ช่วยเหลือตนเองในเวลาที่คับครันอย่างหลงป่าติดเกาะ การจัดตั้งค่ายนั้นมีหลายวัตถุประสงค์ต่างออกไป อย่างเช่น บางครั้งก็เป็นการจัดค่ายธรรมะเพื่อให้มาสวดมนต์ทำบุญให้จิตใจสงบ แต่หลายๆปัจจัยก็คือการอยู่รวมกันให้เป็นคอยดูแลช่วยเหลือกันและกัน การเตรียมตัวเดินทางไปนั้นควรเตรียมอะไรบ้าง

1.การเตรียมร่างกายให้พร้อม

  ก่อนเราจะเดินทางไปที่ไหนที่ห่างไกลจากบ้านนั้น เราควรดูตัวเราก่อนว่าพร้อมไปไหมและดูแลร่างกายให้พร้อมแข็งแรงอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ไปถึงที่และเป็นภาระคนที่ต้องดูแล ถ้าเรารู้ตัวว่าไปไม่ไหวมีไข้ไม่สบายควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน ถ้าหากฝืนทำกิจกรรมต่อไปแล้วนั้นอาจจะเกิดไข้ขึ้นสูงจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลพักรักษาตัวอยู่หลายวัน เป็นอันตรายต่อชีวิต

2.เตรียมเครื่องใช้ส่วนตัว

  สิ่งที่เราจะขาดไม่ได้เลยนั้นคือ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเราที่มีแค่เราเท่านั้นที่ใช้ไม่ใช่ของสวนร่วมที่ใช้ด้วยกัน เช่น แปรงสีฟัน สบู่ ยาสระผม และควรพกไม้ปั่นหูไปด้วยเพราะอาจมีกิจกรรมที่ป้นโคลน เปื้อนน้ำ การทำความสะอาดจุดที่เอื้อมไม่ถงเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะจุดเหล่านั้นเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรค เสื้อผ้าก็ด้วยเช่นกัน ไม่ควรใช้กับคนอื่นเราต้องเตรียมไปใช้ของเราเอง 

3.ยาสามัญประจำบ้าน

  ยาเป็นสิ่งสำคัญมาก และที่ควรพกไปคือยาสามัญจำพวกเช่น ยาแก้ไข้ แก้ไอ หรือยาทาสำหรัญแผลฟกช้ำเราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอุบัตติเหตุหรือเป็นไข้ไม่สบายตอนไหนอย่างน้อยยาที่เตรียมไปก็สามารถบรรเทาอาการเหล่านั้นได้บางไม่มากก็น้อย ส่วนคนที่มีโรคประจำตัวแล้วนั้นก็ควรเตรียมยาของตัวเองไปด้วยให้เพียงพอต่อหลายๆวันที่ค้างคืนและเมื่อทำกิจกรรมไม่ไหวให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพราะอาจจะเกิดเหตุถึงขั้นเสียชีวิตได้

4.เครื่องนุ่งห่ม

  เราที่ไม่รู้สภาพอากาศของที่พักแล้วว่าร้อนหรือหนาวควรเตรียมอุปกรณ์เครื่องนุ่งห่มไปด้วยถึงที่พักจะเตรียมไว้แล้วแต่เราไม่รู้ว่าจะเพียงพอต่อเราหรือไม่ถึงจะพอแต่จะให้ความอบอุ่นได้ไหม ดังนั้นเราต้องเตรียมไปเองด้วยอย่างน้อยก็เสื้อกันหนาว ถ้าเตรียมผ้าห่มไปด้วยได้ยิ่งดี

5.อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

   เครื่องมืออำนวยความสะดวกนั้นเอาไว้ใช่ยามจำเป็นอย่างเช่น ไฟฉาย ถ้าเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ก็ ต้องเอาที่ชาร์แบต ปลั๊กพ่วงไปด้วย

7 ที่เที่ยวจังหวัดสระแก้ว

จังหวัดสระแก้วเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยที่มีพื้นที่ติดกับชายแดนของประเทศกัมพูชา ซึ่งรายล้อมไปด้วยโบราณสถานเก่าแก่มากมายที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และบรรยากาศธรรมชาติที่รอให้นักท่องเที่ยวทั้งหลายได้เดินทางไปสัมผัส

  1. วัดนครธรรม เป็นวัดที่มีความเก่าแก่ โดยภายในของวัดจะมีหลวงพ่อขาว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปโบราณที่มีตำนานความศักดิ์สิทธิ์เล่าขานกันมาอย่างมากมาย พระพุทธรูปองค์นี้ถูกพบในปี พ.ศ. 2468 แต่ก็ยังไม่มีใครทราบถึงข้อเท็จจริงว่าเป็นพระพุทธรูปในสมัยใด ใครเป็นผู้สร้าง มีเพียงแต่ตำนานความศักดิ์สิทธิ์ที่เล่าขานกันมาเป็นเวลานานเท่านั้น
  2. ปราสาทสด๊กก๊อกธม เป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดสระแก้ว นักโบราณคดีให้ข้อสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 และอาจเป็นสถานที่เพื่อใช้ในการทำพิธีกรรมของศาสนาฮินดูในสมัยก่อน
  3. วัดถ้ำเขาฉกรรจ์ ภายในวัดถ้ำเขาฉกรรจ์แห่งนี้มีภูเขาหินปูนที่มีความสูงประมาณ 324 เมตร มีทั้งหมด 3 ลูก และภายในวัดแห่งนี้ยังมีถ้ำเล็ก ๆอีก 12 แห่ง วัดนี้จึงเป็นวัดที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง มีความลึกลับ น่าค้นหา และดูมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก ปัจจุบันภายในถ้ำทั้ง 12 แห่ง มีความธรรมชาติซะจนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของค้างคาว ผู้ที่เข้าไปเยี่ยมชมในแต่ละถ้ำจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการเข้าไป
  4. น้ำตกเขาตะกรุบ เป็นสถานที่ ๆสามารถเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศความเป็นธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด น้ำตกแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้เป็นอย่างมาก ให้ความร่มเย็นแก่ผู้ที่เดินทางเข้าไป และบริเวณรอบ ๆนั้นจะเป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่า นักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปจึงควรระมัดระวังเพื่อไม่ให้ไปรบกวนแหล่งที่อยู่อาศัยของช้าง
  5. ถ้ำเขาศิวะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ควรที่จะมีผู้นำทางไปด้วย เพราะภายในถ้ำเขาศิวะแห่งนี้มีความมืดมาก ระยะทางในถ้ำค่อนข้างลึก และมีระดับน้ำในถ้ำมาก นักท่องเที่ยวควรพกอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้เข้าไปเพื่อความสะดวกปลอดภัยด้วย
  6. ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง ภายในถ้ำแห่งนี้มีระยะทางค่อนข้างลึกทีเดียว แต่มีความงดงามของธรรมชาติอยู่ตลอดทั้งเส้นทาง เป็นถ้ำที่ลอดผ่านใต้ภูเขาใหญ่ โดยส่วนใหญ่ภายในถ้ำจะเป็นหินสีขาวแทบจะทั้งหมด เมื่อถูกกับแสงไฟจะเกิดประกายให้ความงดงามเป็นอย่างมาก และยังมีอากาศที่เย็นสดชื่น เพราะเป็นถ้ำโปร่งจึงมีอากาศที่ถ่ายเทได้สะดวก สาเหตุที่มีชื่อว่าถ้ำเพชรโพธิ์ทองก็มากจากบริเวณผนังรอบ ๆถ้ำ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นที่มีลักษณะคล้ายกับใบของต้นโพธิ์เรียงรายกันอยู่นั่นเอง

7. ถ้ำหาดทรายแก้ว เป็นถ้ำที่เหมาะกับนักผจญภัยเป็นอย่างมาก เพราะมีการจัดกิจกรรมการโรยตัวจากหน้าผาให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปร่วมกิจกรรมได้ หากผู้ที่ต้องการจะมาผจญภัยที่ถ้ำแห่งนี้ควรแต่งกายให้เตรียมพร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งนี้เพื่อความสะดวก และปลอดภัยด้วย