คลังเก็บรายเดือน: มีนาคม 2020

พาเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน

วันนี้เราจะพาไปเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลานหรืออีกชื่อหนึ่งคือเขื่อนรัชชประภาซึ่งคืนนี้จะอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยอยู่ในพื้นที่ที่ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาสก สำหรับที่เขียนเชี่ยวหลานแห่งนี้เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต่างนิยมพากันมาเที่ยวเป็นจำนวนมากเราที่นี่เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่

และใส่น้ำเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่สวยงามและเงียบสงบเหมาะแก่การมาชาร์ทพลังเพิ่มสำหรับคนที่เพิ่งเหนือจากการทำงานการที่ได้มาดูมาเที่ยวธรรมชาติจะทำให้คุณกลับมามีพลังในการทำงานอีกครั้งวันนี้เราจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับเขื่อนเชี่ยวหลานมาแนะนำให้ทราบกันเพื่อที่จะได้เป็นแนวทางในการตัดสินใจว่าอยากจะไปเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลานหรือไม่

  1. เขื่อนเชี่ยวหลานมีพื้นที่รอยต่ออยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติเขาสกดังนั้นหากมาเที่ยวที่นี่แล้วคุณสามารถแวะไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติเขาสกที่อยู่ใกล้ๆได้ด้วย
  2. ที่เขื่อนเชี่ยวหลานแห่งนี้จะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ให้นักท่องเที่ยวได้มาล่องเรือชมความงามของธรรมชาติ
  3. ที่เขื่อนเชี่ยวหลานจะมีภูเขาหินปูนล้อมรอบเขื่อนซึ่งภูเขาแต่ละลูกจะมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกันรวมถึงมีต้นไม้เขียวขจีขึ้นเต็มไปหมดทำให้ที่นี่ดูสวยงามแปลกตาจนนักท่องเที่ยวหลายคนที่เคยเดินทางมาเที่ยวที่นี่ต่างได้ที่นี้กันว่ากุ้ยหลินเมืองไทย
  4. การมาเที่ยวที่เขื่อนเชี่ยวหลานนักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่จะนอนพักค้างคืนก็ได้จะมีบริการที่พักบนแพกลางน้ำและจะมีรีสอร์ทต่างๆที่อยู่ใกล้ใกล้กับเขื่อนเชี่ยวหลานคอยให้บริการที่พักซึ่งส่วนใหญ่ที่พักที่นี่ต้องจองกันล่วงหน้าเพราะมีนักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมากแต่ถ้าใครไม่ต้องการพักค้างคืนก็สามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้โดยเป็นการท่องเที่ยวตามจุดชมวิวต่างๆหรือจะนั่งเรือเที่ยวชมวิวรอบรอบเขื่อนเชี่ยวหลานก็ได้หรือจะเดินเล่นบริเวณสันเขื่อนเชี่ยวหลานก็ยังได้
  5. สำหรับการมาเที่ยวที่เขื่อนเชี่ยวหลานนั้นนอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริงแล้วที่พักแต่ละที่ที่เราไปเช่าพักก็จะมีกิจกรรมคอยรองรับนักท่องเที่ยวไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เล่นมากมายไม่ว่าจะเป็นการพาล่องเรือชมความงามธรรมชาติของเขื่อนเชี่ยวหลานหรือจะพาไปเที่ยวบนเกาะที่เป็นแหล่งซื้อขายของฝากรวมถึงพาไปกินอาหารอร่อยอร่อยที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่สามารถชมวิวของเขื่อนเชี่ยวหลานได้ด้วยรวมถึงที่นี่นักท่องเที่ยวยังสามารถพายเรือคายักเล่นได้อีกด้วย   แต่ใครที่มาเที่ยวที่นี่น่าจะต้องทำใจนิดนึงเกี่ยวกับเรื่องการติดต่อจากโลกภายนอกเพราะสัญญาณโทรศัพท์จะไม่ค่อยมีทำให้การมาพักที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับความเงียบสงัดเปลี่ยนแท้จริง

พาเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ คือเขื่อนที่เอาไว้กักเก็บน้ำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  ที่ทรงให้สร้างเขื่อนป่าสักขึ้นมา

นั่นก็เพราะว่าพระองค์ต้องการให้เขื่อนนี้คอยกั้นน้ำเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วม  สำหรับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 2 เดือนธันวาคม ปีพุทธศักราช 2537 ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมชลประทานที่จะเป็นผุ้ที่ดูแลเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แห่งนี้  เหตุที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงต้องการให้สร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แห่งนี้นั่นก็เพราะท่านทรงเห็นว่าแถวลุ่มแม่น้ำป่าสักในทุกทุกปีมักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมในหน้าฝน ส่วนหน้าร้อนก็มักจะขาดแขลนน้ำในการใช้ทำงานการเกษตร

ดังนั้น พระองค์จึงทรงโปรดให้ทรงสร้างเขื่อนที่บริเวณนี้ขึ้นเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง และเมื่อมีการก่อสร้างเขื่อนแห่งนี้ขึ้นก็ต้องใช้เวลานานกว่า 5 ปีกว่าจะสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เสร็จสิ้น โดยสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 30 เดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2542 ซึ่งในวันทีทำพิธีเปิดให้ใช้งานนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีนารถทรงเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการใช้งานเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในครั้งนั้นด้วย สำหรับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้นอยู่ในเขตพื้นที่รอยต่อของทั้งจังหวัดสระบุรีกับจังหวัดลพบุรี

และเป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญสำหรับจังหวัดสระบุรีและจังหวัดลพบุรีเป็นอย่างมาก ตั้งแต่มีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่บริเวณแห่งนี้ก็ไม่พบกับปัญหาน้ำท่วมและการขาดแขลนน้ำใช้อีกเลย  และที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นี้ได้เปิดเป็นแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวให้คนได้เข้ามาชมความงามของเขื่อนและที่เขื่อนนี้จะมีสถานที่ให้ปล่อยปลา และมีจุดชมวิวสวยสวยมากมาย

และที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แห่งนี้เองได้มีการจัดอันดับความงามให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและถือว่าเป็นหนึ่งในอันซีน ไทยแลนด์อีกด้วย สำหรับการเดินทางนอกจากจะขับรถยนต์ส่วนตัวมาเที่ยวได้แล้วที่นี่ยังเป็นเส้นทางผ่านของทางรถไฟ ดังนั้น หากใครอยากเที่ยวแบบธรรมชาติสามารถนั่งรถไฟมาชมความงามของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้เลย และในทุกทุกปีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมักจะมีการจัดงานนั่งรถไฟเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนได้มาชมความงามของเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทยแห่งนี้ โดยเรียกรถไฟสายพิเศษนี้ว่า สายกรุงเทพ – เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และชาวบ้านมักจะเรียกรถไฟที่วิ่งผ่านเส้นนี้ว่า รถไฟลอยน้ำ

หอไอเฟล

หอไอเฟล สัญลักษณ์ของเมืองปารีต้องบอกว่าหากเอ่ยชื่อนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก

เพราะสถานที่นี้ คือสถานที่ติดหนึ่งในสิบหรือหนึ่งในห้าของโลกที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันที่จะมาเยี่ยมเยียนให้ได้สักครั้ง เพราะที่นี่เหมือนมีมนต์ตราเสน่ห์หา ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาถ่ายรูปเอาหอไอเฟลมาเป็นพื้นหลัง เก็บเป็นโพรไฟร์ของตัวเอง ซึ่งใครจะเชื่อว่าขนาดตัวผู้เขียนเองนั้น ได้มีโอกาสไปประเทศฝรั่งเศสตั้งห้าหกครั้งแล้ว แต่ทุกๆ ครั้ง ผู้เขียนก็ยังคงต้องไปสถานที่แห่งนี้เพื่อดื่มดำความสุขอย่างไม่รู้จบ เพราะหากใครได้ลองมาที่นี่แล้ว จะมีความรู้สึกได้เหมือนกับว่าทุกๆครั้ง

ที่มาที่นี่บรรยากาศและสิ่งรอบข้างจะเปลี่ยนไปตลอดทั้งผู้คน สถานที่รอบข้าง ฤดูกาลที่เรามา หรือแต่แม้มุมหรือจุดที่เรายืนมองดูหอไอเฟลนั้น ก็จะให้ความรู้สึกต่างกันๆออกไปทุกๆครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนไม่ว่าจะไปที่นี่สักกี่ครั้ง และทุกครั้งที่ไป ผู้เขียนจะใช้เวลานั่งมองดูหอไอเฟลนี้อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง เพราะความรู้สึกที่ไม่เคยเปลี่ยนเลย ที่นี่คือที่ที่มีเสน่ห์อย่างแท้จริง เพราะหลายๆครั้งที่ผู้เขียนลองไปยืนมองดูหอไอเฟลระยะใกล้หรือระยะไกล มองจากฝั่ง ทอร์คาโด หรือมองจากฝั่งแม่น้ำแซน

หรือนอนมองจากฝั่งสวนสาธารณะ ที่นี่ก็ยังคงสวยงามและดึงดูดใจทุกๆครั้งที่ได้มาเยือน แต่ใครจะรู้เหล่าว่ากว่าที่จะเป็นหอไอเฟล มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นเปรียบเสมือนแลนด์มาร์กของประเทศฝรั่งเศสนั้น ต้องบอกว่า หอไอเฟลนี้ใช้เวลาสร้างนานมา จากสถาปนิกผู้ออกแบบ มีนามว่า กุสตาฟ ไอเฟล ซึ่งตอนหลังจากสร้างเสร็จ หอคอยนี้จึงถูกตั้งชื่อเป็นเกียรติประวัติของตัวเค้าเอง แต่ที่บอกว่า หอไอเฟลนี้ใช้เวลาในการสร้างนานมาก

ก็เนื่องจากสมัยช่วงที่สร้างแรกๆ นั้น ประชาชนชาวฝรั่งเศส ไม่ค่อยจะปลื้มและชอบรูปแบบกันมากนัก เพราะประชาชนส่วนใหญ่มองว่า ทำไมเอาโครงเหล็กมาต่อเป็นชั้นๆ สร้างสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ดูแล้วไม่ทันสมัยและไม่สวยงาม แต่ ตัวกุสตาฟ ไอเฟล เองก็ไม่ได้แคร์สายตาหรือฟังเสียงกลุ่มคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นัก แต่ยังคงสร้างและออกแบบโครงสร้างนี้ให้สูงไปเรื่อยๆ

ซึ่งถ้าหากเทียบเท่าตึกสูง 81 ชั้นเลยทีเดียว และเมื่อทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ ประชาชนเหล่านั้นก็เปลี่ยนใจและกลับมาชมเชย กุสตาฟ ไอเฟล ว่านี้คือสุดยอด สถาปตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เพราะสิ่งที่เค้าทำและออกแบบนั้น มาล้ำสมัยไปถึงอนาคตแล้ว และใครจะรู้ว่า หอไอเฟล แห่งนี้ กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาที่แห่งนี้ไม่ต่ำกว่า หกล้านคนต่อปีทีเดียว ขอบคุณ กุสตาฟ ไอเฟล ที่มีสถานที่แห่งนี้ให้อยู่ในใจของผู้เขียนตลอดไป