หามทิ้งขยะ ชายหาด15 จังหวัด จำนวน 21 หาด

        มีราชกิจจานุเบกษาออกมาเมื่อวันที่ 13 เดือนสิงหาคม ปีพศ2563 ซึ่งเป็นราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับเรื่องของการคุ้มครองชายหาดและทรัพยากรทางทะเลซึ่งถือว่าควรจะมีราชกิจสาที่มีออกมาลักษณะแบบนี้นานแล้วเพื่อที่สถานที่ท่องเที่ยวของเราในประเทศไทยจะได้สะอาดและไม่มีใครย่ะ

โดยเนื้อหาของข้อความของราชกิจจานุเบกษาที่ออกมานั้นเป็นการประกาศสั่งห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่มีการระบุไว้ในราชกิจจานุเบกษาซึ่งมีทั้งหมด 15 จังหวัดด้วยกันโดยจำนวน 15 จังหวัดนี้มีการคุ้มครองไว้ที่ 21 ชายหาดด้วยกันยกตัวอย่างเช่นชายหาดป่าตอง

  ชายหาดด้วยกันยกตัวอย่างเช่นชายหาดป่าตอง , ชายหาดบางแสน , หรือแม้แต่หัวหินและชะอำและยังมีอื่นๆอีกหลายชายหาดด้วยกันว่าถ้าหากนักท่องเที่ยวคนไหนเดินทางไปท่องเที่ยวที่ชายหาดเหล่านี้และมีการทิ้งขยะไม่ว่าจะเป็นถุงขยะขนาดใหญ่หรือแม้แต่การทิ้งก้นบุหรี่ที่สูบแล้ว

หรือแม้แต่การทิ้งเศษอาหารที่นำมากินบริเวณชายหาดอะไรก็แล้วแต่ที่ถูกมองว่าเป็นขยะจะถูกจับกุมทันทีซึ่งผลของการออกกฎราชกิจจานุเบกษานั้นยืนยันออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วและโทษนั้นมีการปรับติดคุกด้วยซึ่งติดคุกได้ไม่เกิน 1 ปีและปรับเป็นเงินไม่เกิน 100,000 บาทดังนั้นบริเวณชายหาดที่มีการติดป้ายประกาศเอาไว้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวก็ห้ามทิ้งขยะรวมถึงยังเป็นสถานที่ห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวสูบบุหรี่อีกด้วย

ทั้งนี้การประกาศออกมาเป็นราชกิจจานุเบกษานั้นประชาชนทุกคนจะต้องปฏิบัติตามโดยการที่ออกมาแบบนี้ก็เพราะต้องการที่จะทำให้บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนั้นกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสะอาดสวยงามไม่มีขยะเพราะว่าต้องการที่จะรักษาระบบนิเวศระบบความสวยงามของชายหาดของท้องทะเลเอาไว้

            เพราะตั้งแต่ที่มีการประกาศห้ามนักท่องเที่ยวออกไปเที่ยวในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนาเราจะเห็นได้ว่าพอไม่มีนักท่องเที่ยวชายหาดก็สะอาดปะการังก็ขึ้นดีสัตว์ทางทะเลขึ้นมาวางไข่บนบกสัตว์หายากก็ออกมาว่ายน้ำกันกลางทะเลซึ่งเรียกได้ว่าเป็นระบบนิเวศที่มีความสวยงามและสมบูรณ์แบบมากตอนที่ไม่มีนักท่องเที่ยวแต่พอรัฐบาลประกาศให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางไปเที่ยวตามจังหวัดต่างๆ

ได้ประกวดว่าวันแรกขยะเต็มพื้นที่ชายหาดเลยซึ่งส่งผลกระทบให้ชายหาดนั้นเกิดความสกปรกและยังมีผลไปถึงพวกสัตว์ทะเลต่างๆด้วยเพราะว่าเมื่อขยะถูกลมพัดลงทะเลสัตว์ทะเลก็จะกินถุงพลาสติกและทำให้มันตายดังนั้นการออกราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับเรื่องของชายหาดเป็นการคุ้มครองความสะอาดของชายหาดนั้นจึงถือว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะทำและควรจะตามกับทุกสถานที่เพื่อให้ประเทศไทยนั้นปลอดขยะนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เวปยูฟ่าเบท