ข้อแนะนำสำหรับเวลาไปเที่ยวน้ำตก

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ  และเป็นคนที่ชอบเล่นน้ำชื่อว่าการไปเที่ยวส่วนใหญ่นั้นก็มักจะเลือกไปเที่ยวน้ำตกเพราะเราจะได้เล่นน้ำที่ไหลเหมือนกับลำธารโดยไหลมาจากบนภูเขาซึ่งน้ำที่น้ำตกนั้น ส่วนใหญ่แล้วน้ำจะใสและเย็นสบายสดชื่น

อีกทั้งพื้นที่บริเวณโดยรอบน้ำตกนั้นจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นเต็มไปหมดทำให้เราเวลาไปเที่ยวน้ำตกไม่รู้สึกถึงความร้อนของแสงแดดที่ส่องลงมาเลยเพราะจะมีร่มไม้คอยให้ร่มเงาและยังได้เล่นน้ำเย็นๆ

       แน่นอนว่าการไปเที่ยวน้ำตกนั้นเราก็ต้องมีการเตรียมตัวเตรียมความพร้อมสำหรับตัวเองก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวเพราะถึงแม้ว่าจะไปเที่ยวน้ำตกนั้นจะให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินและเป็นสถานที่ที่สวยงามแต่ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อันตรายได้เช่นเดียวกัน  ดังนั้นเราควรจะมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆในการปฏิบัติตัวหากมีการไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบน้ำตก

       สิ่งที่เราควรรู้มากที่สุดก็คือหากเราจะไปเที่ยวน้ำตกที่ไหนเราควรจะศึกษาข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวนั้น  โดยเราควรจะรู้ว่าการเดินทางจากถนนใหญ่เข้าไปตรงบริเวณน้ำตกนั้นต้องเดินทางไกลมากแค่ไหนเพื่อที่เราจะได้เตรียมเสบียงไปไว้กินระหว่างทางเช่นน้ำเพราะถ้าหากไกลอาจจะทำให้เราหิวระหว่างทางได้และที่สำคัญควรจะต้องเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินทาง

เพราะถ้าหากไปเที่ยวน้ำตกแล้วใส่รองเท้าส้นสูงไปก็อาจจะทำให้การเดินทางไปเที่ยวน้ำตกของเราได้รับความลำบากและได้รับอันตรายได้เพราะสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตกนั้นส่วนใหญ่มักจะมีหินขนาดใหญ่และเส้นทางไม่ได้ราบเรียบรวมถึงไม่ได้มีการทำถนนปูนซิเมนต์ให้นักท่องเที่ยวเดินไปจนถึงน้ำตกนั่นเองดังนั้นเพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการเดินเที่ยวน้ำตกควรจะใส่รองเท้าผ้าใบไปจะเป็นการดีที่สุด

        ทั้งนี้ควรจะศึกษาเกี่ยวกับน้ำตกว่าสถานที่ที่เราจะไปนั้นมีกี่ชั้นและน้ำตกชั้นไหนที่มีการอนุญาตให้เที่ยวหรือชั้นไหนที่มีการห้ามนักท่องเที่ยวขึ้นไปเพื่อที่จะได้ปลอดภัยระหว่างที่มีการเที่ยวน้ำตกที่สำคัญควรเช็คได้ว่าน้ำตกที่เราจะไปเที่ยวนั้นมีร้านอาหารขายหรือไม่เพื่อที่เราจะได้เตรียมไปเอง

หรือเราจะได้รู้ว่าเราสามารถหาซื้อกินได้ที่น้ำตกนั้นเลย  และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือควรดูสภาพอากาศก่อนเดินทางไปเที่ยวน้ำตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนหากฝนตกหนักจะมีผลต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายมากดังนั้นการไปเที่ยวจึงจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลต่างๆเหล่านี้เอาไว้จะทำให้การไปเที่ยวในการนี้ของเราทั้งปลอดภัยและสนุกนั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

เที่ยวในไทยที่คล้ายประเทศญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่สวยงามและมีวัฒนธรรมที่สวยงามซึ่งมีหลายๆคนที่ต้องการที่จะไปเที่ยว หรือมีความอยากที่จะทำการไปประเทศญี่ปุ่นแต่อาจจะไม่อยากใช้เวลาในการเดินทางที่นาน

หรือไม่มีเงินสำหรับค่าเครื่องบินที่แพงเกินไปนั้น ซึ่งในประเทศไทยนั้นก็มีที่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีลักษณะคล้ายประเทศญี่ปุ่นให้ความรู้สึกที่เหมือนกับอยู่ในประเทศญี่ปุ่นจริงๆมากอีกด้วย และนอกจากนี้ยังมีบรรยากาศที่สวยงามมากอีกด้วย

  1. กาญ มาชิ คาเฟ่(Kan Machi Cafe) ที่จังหวัดกาญจนบุรี

ซึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมือนกับเรานั้นได้ทำการไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นจริงๆเลย เพราะในคาเฟ่แห่งนี้นั้นได้เหมือนการยกเอาบ้านในสมัยโบราณของประเทศญี่ปุ่นนั้นมาไว้ และนอกจากนี้ยังมีส่วนที่มีบ่อปลาคาร์ฟหรือมีลักษณะเหมือนบ้านของประเทศญี่ปุ่นโบราณนั้นจริงซึ่งได้มีบริการที่เรานั้นสามารถที่จะเช่าชุดกิโมโนมาใส่และถ่ายรูปในคาเฟ่แห่งนี้ได้อีกด้วย

  1. ปัญญ์ปุริ เวลเนส(Panpuri Wellness) ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร

ออนเซ็นนี้ทำการตั้งอยู่ในจังหวัดกรุงเทพฯนั่นเอง ซึ่งในออนเซ็นนี้ได้เป็นออนเซ็นที่เป็นแบบฉบับของญี่ปุ่นแท้ ที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองหลวงที่จะทำให้เราผ่อนคลายไปกับออนเซ็นที่เหมือนแช่อยู่ในญี่ปุ่นแท้ ถ้ายังมีสปาดึกดำดูแลผิวพรรณที่ทำให้เรานั้นมีการผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

  1. ฮิโนกิแลนด์ที่จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่มีความสวยงามมากในจังหวัดเชียงใหม่และมีความคล้ายกับประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมากจะเป็นสถานท่องเที่ยวที่ยอดฮิตและนอกจากนี้ยังจะเป็น แลนด์มาร์ค ที่ในแลนด์มาร์คนี้จะมีเสาประตูสีแดงขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า เสาโทริอินอกจากนี้ยังมีปราสาทที่เหมือนอยู่ในยุคสมัยของเอโดะ ตั้งอยู่ในกลางริมทะเลสาบและล้อมไปด้วยภูเขา 

  1. ออนเซ็น แอท ม่อนแจ่ม ที่จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งเป็นออนเซ็นแนวญี่ปุ่นในในแถบภูเขาและธรรมชาติ ซึ่งโรงแรมนี้สามารถเข้าไปเดินดูบรรยากาศหรือสามารถที่จะทำการได้ลงออนเซ็นได้อีกด้วย สำหรับออนเซ็นนั้นจะแบ่งเป็นฝ่ายชายและฝ่ายหญิง และได้มีบรรญกาศแบบที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นโดยแท้ และน้ำที่ได้ลงอาบน้ำนั้นจะเป็นน้ำแร่โดยแท้จริง

  1. อุโมงค์ไม้ไผ่ที่ที่จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งในอุโมงไม้ไผ่นั้นได้มีการที่อุโมงค์ได้ทำการต่อเป็นทางที่ให้เดินได้ยาวมากๆซึ่งมีไม้ไผ่ทั้งหมด1700 ต้นที่ได้ทำการสร้างขึ้นเพื่อเป็นอุโมงค์ ซึ่งทำการสร้างให้เหมือนเป็นป่าไผ่ซางาโนะของอะราชิยามะ

 

สนับสนุนโดย  gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20

เที่ยวคนเดียวอย่างไรให้ปลอดภัย

สมัยนี้หลาย ๆ คนอยากจะออกไปใช้ชีวิต อยากจะออกไปเที่ยวกันมากขึ้น เพราะแน่นอนว่าในช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการออกไปท่องเที่ยวมากที่สุด

การจะออกไปเที่ยวหลายคนยังมีความกังวลใจกันอยู่ว่าจะออกไปเที่ยวคนเดียวอย่างไรให้ปลอดภัย ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวยิ่งจะมีความอันตราย เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ภัยร้ายจะมาในรูปแบบไหนบ้าง เพราะบางคนชอบการเที่ยงแบบออกไปกางเต้นท์ หรือเดินป่า ก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูง

ดังนั้น หากคุณอยากลองออกไปหาประสบการณ์เกี่ยวกับการเดินทาง อยากออกไปพักผ่อน แต่ไม่มีเพื่อนไปด้วยจำเป็นที่จะต้องเดินทางคนเดียว ฉะนั้นแล้วความปลอดภัยถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอันดับแรก และวันนี้เราจะมาบอกวิธีการดูแลตนเองเมื่อต้องออกไปเที่ยวคนเดียว 

  • การหาข้อมูล หากเรามีความจำเป็นที่จะต้องออกเดินทางไปท่องเที่ยว พักผ่อนแบบฉายเดี่ยว สิ่งสำคัญที่คุณต้องรู้ก็คือ การรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น การเดินทาง สภาพอากาศ ที่พักอาศัย หรือแม้แต่อาหารการกิน เพราะในสถานที่ต่าง ๆ จะมีภูมิปัญญาที่แตกต่างกัน อยู่ที่ว่าคุณจะเลือกเที่ยวในรูปแบบไหน การศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลก่อนออกเดินทางมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับมือใหม่ หรือคนที่ไปเที่ยวคนเดียว
  • การเลือกที่พัก การจะออกไปเที่ยวทั้งทีการเลือกหาที่พักก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ยิ่งถ้าเราเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวที่พักยิ่งต้องมีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก การจะเลือกหาที่พัก ให้เราดูเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะเวลาที่เราเจอกับปัญหาขึ้น เราจะต้องพึ่งตัวเอง ไม่มีใครที่เรารู้จักจะสามารถช่วยเราได้ ดังนั้นให้เราเลือกที่พักที่ใกล้การสัญจร ใกล้ความสะดวกสบาย หรือให้เลือกแบบในตัวเมืองไปเลยจะยิ่งดี เดินทางไกลหน่อยก็ถือว่าปลอดภัยสำหับเรา
  • การจัดกระเป๋าสำภาระ การจัดกระเป๋าก็เป็นอีกสิ่งที่เรียกได้ว่าสำคัญเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าเป็นการเที่ยวคนเดียวกระเป๋าของเราจะต้องมีความคล่องตัว สะดวกสบายไม่หนักมากจนเกินไป เพราะถ้าหนักมากก็จะยิ่งลำบากต่อการเดินทาง

แนะนำเลยว่า หากไปค้างคืนก็ให้จัดเตรียมเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นและขาดไม่ได้เลยก็คือยาประจำตัว หรือยาทั่วไปที่คิดว่าน่าจะมีความจำเป็นที่จะได้ใช้ และสิ่งของใช้ส่วนตัว การจะไปเที่ยวทั้งทีไม่ใช่ว่าจะเอาอะไรไปก็ได้ เพราะนี่คือการเที่ยวคนเดียว ช่วยเหลือตัวเองล้วน ๆ แม้กระทั่งว่าจะเจอกับอุปสรรคมากแค่ไหนต้องรู้จักพึ่งพาตนเองให้ได้อยู่เสมอ ดังนั้นแล้ว เสื้อผ้าก็ควรที่จะเลือกแต่ที่มันจำเป็นเท่านั้น ใส่สบาย ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของเรา

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

พาไปชมความสวยงามของแม่น้ำโขง

         หากพูดถึงแม่น้ำโขงเชื่อว่าทุกคนย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่และเป็นแม่น้ำสายหลักซึ่งกั้นระหว่างประเทศไทยและประเทศลาวนั่นเอง  

โดยแม่น้ำโขงนั้นนับได้ว่าเป็นแม่น้ำที่ผู้คนให้ความเคารพนับถือเพราะถือว่าเป็นแหล่งน้ำที่อยู่อาศัยของเหล่าพญานาคซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทั้งคนไทยและคนลาวต่างให้ความเคารพนับถือกันเป็นอย่างมาก

          ในประจำทุกปีนั้นจะเห็นได้ว่าจังหวัดในแถบทางภาคอีสานจะมีการจัดกิจกรรมขึ้นมาซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมชมการพ่นไฟของพญานาคตรงบริเวณกลางแม่น้ำโขงซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นคนไทยและคนลาวรวมถึงชาวต่างชาติคนอื่นๆให้มาชมความอัศจรรย์ที่มีลูกไฟโผล่ขึ้นมาจากกลางแม่น้ำและยังไม่สามารถหาทางพิสูจน์ได้เลยว่าลูกไฟ

ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาคจริงๆตามความเชื่อของคนหรือเกิดขึ้นจากการกระทำของฝีมือมนุษย์เพราะเมื่อมีการลงไปสำรวจช่วงเวลาที่มีการเกิดลูกไฟก็ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างไรเห็นเพียงแค่ลูกไฟที่พุ่งขึ้นจากแม่น้ำเองดังนั้นความเชื่อนี้ว่าเป็นลูกไฟที่พญานาคพ่นขึ้นมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลวันออกพรรษาจึงยังคงมีความเชื่อนี้อยู่เพราะไม่สามารถพิสูจน์ได้นั่นเอง

        อย่างไรก็ตามแม่น้ำโขงจะมีบริเวณที่ลึกที่สุดที่เราเรียกกันว่าสะดือของแม่น้ำซึ่ง จุดตรงที่เป็นบริเวณสะดือของแม่น้ำนั้นอยู่ที่จังหวัดบึงกาฬนั่นเอง  โดยบริเวณที่เป็นสะดือของแม่น้ำจะอยู่ตรงบริเวณหน้าวัดอาฮงศิลาวาส  โดยบริเวณนี้ชาวบ้าน

จะมีการนำรูปปั้นพญานาคหลายขนาดมาวางเรียงรายไว้บนโขดหินและมีการทำป้ายกำกับเอาไว้ตรงตึกนี้คือสะดือของแม่น้ำโขงนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวที่นี่เพื่อชมความสวยงามของแม่น้ำโขงและความสวยงามพื้นที่โดยรอบของวัดอาฮงศิลาวาสได้อีกด้วย   

           อย่างไรก็ตามว่ากันว่าตรงบริเวณนี้มีความลึกของน้ำมากกว่า 200 เมตรขึ้นไปและน้ำตรงบริเวณนี้ยังไหลแรงมากซึ่งมีลักษณะของน้ำวนไหลรวมกันเป็นหลุมหากใครก็ตามที่จะทดสอบด้วยการโยนไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้หรือสิ่งของต่างๆลงไปวัสดุแสนน้ำวนนี้ดึงเข้าไปซึ่งจะมีการหมุนวนเป็นรูปทรงกรวยประมาณเกือบ 30 นาทีได้หลังจากนั้นก็จะถูกคัดออกไปจากกระแสน้ำวนแห่งนี้

        ดังนั้นตรงบริเวณจุดนี้จึงสร้างความประทับใจให้กับคนเป็นจำนวนมากที่อยากจะมาดูกระแสน้ำวนว่ามีความน่าอัศจรรย์ไปมากแค่ไหนโดยส่วนใหญ่แล้วว่ากันว่าน้ำวนแห่งนี้จะเกิดขึ้นช่วงประมาณเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคมเราสามารถเดินทางมาดูความอัศจรรย์แห่งนี้ต้ในทุกๆปี 

       นอกจากจะมาเที่ยวตรงสะดือแม่น้ำโขงแล้วเรายังสามารถเที่ยวบริเวณโดยรอบที่ใกล้เคียงกับสะดือของแม่น้ำโขงได้อีกด้วยซึ่งแน่นอนว่าคุณสามารถแวะไหว้พระตรงบริเวณวัดอาฮงศิลาวาสซึ่งมีพื้นที่ติดกับตรงสะดือแม่น้ำโขงได้ด้วยเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  UFABET เว็บตรง

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานี

เมื่อเราได้มาท่องเที่ยวที่อุดรธานี สิ่งที่เราคิดมันก็จะเป็นเกี่ยวกับทุ่มดอกบัวแดงที่โด่งดังที่สุดในจังหวัดอุดรราชธานีแต่มีใครรู้บ้างว่าในจังหวัดของอุดรราชธานีนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ใกล้ๆ ทุ่งบัวแดงซึ่งสถานที่ใกล้ๆนั้นก็จะอยู่หมู่บ้านห้วยสําราญ

ถึงเราจะขับรถผ่านจากตัวเมืองมาประมาณสัก 20 กิโลเมตรนั่นเองอีกทั้งเราจะได้เห็นเกี่ยวกับดอกไม้ที่มีอยู่ในฤดูหนาวนานาภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นดอกดาวเรือง ดอกเบญจมาศ ดอกพุด ดอกคัตเตอร์กุหลาบ อย่างนี้เป็นต้นซึ่งเราจะรู้อยู่แล้วว่าดอกไม้เหล่านี้จะเบ่งบานในช่วงของฤดูหนาวนั่นเองส่วนใครที่ชื่นชอบในการดูดอกไม้ให้เราสามารถมาเที่ยวชมสถานที่แห่งนี้ได้

อีกทั้งยังทำให้เราได้สูดบรรยากาศที่สดชื่นรวมไปถึงกลิ่นหอมของดอกไม้ต่างๆนานาพันธุ์แล้วเมื่อเราอยากจะถ่ายรูปเราสามารถที่จะถ่ายได้ตามสบายเราขอแนะนำในการถ่ายรูปของดอกไม้นั้นน่าจะมาอยู่ในช่วงของเวลา 7:00 น ถึง 8:00 น นั่นเองและในตอนเย็นก็จะเป็นช่วงของเวลาประมาณ 16:30 น ถึง 17:30

เพราะในช่วงนี้จะเป็นช่วงของแดดที่อ่อนและเราสามารถเลือกถ่ายรูปในช่วงที่มีแดดอ่อนก็จะทำให้เราได้รูปที่สวยงาม และเหล่าคนที่ชอบท่องเที่ยวหรือชอบชมดอกไม้นั้นก็จะได้ความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอนซึ่งในหมู่บ้านนี้ก็จะเป็นหมู่บ้านเกี่ยวกับเชิงการสนับสนุนท่องเที่ยวเชิงชุมชนเพราะจะเอาเงินที่เก็บค่าเข้าชมมาบำรุงในการดูแลเกี่ยวกับสวนดอกไม้ต่างๆและคนที่ชื่นชอบเกี่ยวกับดอกไม้เมื่อได้มาที่นี่แล้วบอกได้เลยว่าฟินอย่างแน่นอนเพราะว่าเราจะได้ทั้งดอกไม้และรูปภาพที่สวยงามอีกทั้งเรายังได้ความประทับใจกลับไป

         บ่อน้ำพญานาควัดภูตะเภาทอง   ถ้าเราพูดถึงเกี่ยวกับความสวยงามที่นี่ก็ไม่แพ้ที่อื่นเลยเพราะว่าเป็นสถานที่เราบอกได้เลยว่าเป็นบ่อน้ำของพญานาควัดภูตะเภาทองที่มีความสวยงามอีกทั้งเรายังจะได้เห็นเกี่ยวกับลวดลายพญานาค 2 ตัวที่อยู่ในบ่อน้ำและพ่นน้ำออกมา

โดยพญานาคนั้นจะมีตัวที่สีเหลืองทองซึ่งถ้าใครจะมาเกี่ยวกับเรื่องของการนั่งสมาธิหรือมาแสวงบุญที่วัดแห่งนี้เราบอกได้เลยว่าเงียบสงบและสามารถมาเป็นในการเชิงท่องเที่ยวอีกทั้งยังสามารถถ่ายรูปเพื่อที่จะเก็บบันทึกได้อีกวัดภูตะเภาทองนั้นอยู่ที่ไหนอำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ถ้าใครแวะหรือขับรถผ่านอย่างไรก็สามารถที่จะแวะเข้ามาเยี่ยมชมได้เมื่อเราได้เห็นเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้บอกได้เลยว่าอลังการแถมยังทำให้เราได้มีจิตใจที่สงบแถม

ยังได้รูปภาพที่สวยงามอีกด้วยเมื่อเราได้เข้ามากราบไหว้พญานาคสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถืออาจจะได้ห*โชคลาภกับไปก็ได้ใครจะไปรู้แต่บอกได้เลยว่าสถานที่ที่นี่เงียบสงบแล้วเหมาะเกี่ยวกับการที่เรามานั่งวิปัสสนาหรือแล้วเหมาะสำหรับคนที่แสวงหาบุญและสามารถมาเที่ยวที่วัดแห่งนี้ได้

 

สนับสนุนโดย  ufabet เว็บแม่

พาเที่ยวเขาแผงม้าออร์คิดวังน้ำเขียว 

          สำหรับใครที่ชื่นชอบดอกกล้วยไม้ที่วังน้ำเขียวเขามีโครงการปลูกดอกกล้วยไม้ซึ่งที่นี่เรียกว่าเขาแผงม้าออร์คิดวังน้ำเขียว   โดยที่นี่จะมีกล้วยไม้มากมายหลายสายพันธุ์ทั้งสายพันธุ์ปลูกง่ายและสายพันธุ์ปลูกยากรวมถึงสายพันธุ์ในประเทศไทยและสายพันธุ์ของต่างประเทศ

ดังนั้นใครที่เป็นคนชื่นชอบดอกกล้วยไม้เป็นพิเศษแล้วแล้วก็ไม่คุ้มค่าที่จะมาดูความสวยงามของกล้วยไม้ที่นี่นะคะเจ้าหน้าที่จะปล่อยให้นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมความงดงามของดอกกล้วยไม้ได้แบบชิวเพลินเลยล่ะค่ะ และที่ไม่ไกลกันมากนักจะมีสถานที่ที่คุณสามารถที่จะไปชมสัตว์ป่าพันธุ์หายากได้  

ซึ่งสแกนนี้คือกระทิงโดยจะมีการเลี้ยงเอาไว้ในโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติค่ะที่นี่ชาวบ้านมักจะเรียกกันว่าเขาแผงม้า  สำหรับกระทิงฝูงนี้นับได้ว่าเป็นกระทิงฝูงสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศไทยเลยล่ะค่ะ  เชื่อว่าถ้าผู้ปกครองพาเด็กๆมาดูกระทิงที่นี่เด็กๆก็ต้องตื่นตาตื่นใจกันมากเลยทีเดียวล่ะค่ะ

เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะเห็นกระทิงได้ในสวนสัตว์อีกต่อไปเนื่องจากว่ากระทิงนั้นเป็นสัตว์ที่อยู่ในการอนุรักษ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว   สำหรับที่เขาแผงม้านั้นนับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เราสามารถมาส่องกระทิงซึ่งอาจจะได้เห็นมันทั้งฝูงหรือบางทีอาจจะต้องลุ้นด้วยนะคะว่าอาจจะเห็นมัน

หรือไม่เพราะว่ามันชอบอยู่ในป่าลึกๆและที่นี่ยังเป็นแหล่งผจญภัยทางธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางท่องเที่ยวกันมากทีเดียวค่ะแน่นอนว่าที่เขาแผงม้านี้ไม่ได้มีแค่หัวกระทิงเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ ยังมีสัตว์ชนิดอื่่นอีกมากมายหลายสายพันธฺ์ที่เราอาจจะได้เห็นกันอย่างชัดๆ

       ดังนั้น หากวันหยุด ใครมีเวลาว่างอยากให้ลองแวะมาเที่ยวที่ วังน้ำเขียกันนะคะ  อันที่จริงที่วังน้ำเขียวไม่ได้มีดีแค่สองที่นี้เท่านั้นนะคะ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่อื่นอีกมากมายเลยที่ ที่หากได้ลองแวะไปเที่ยวแล้วจะเกิดความประทับใจอย่างมากเลยทีเดียวล่ะค่ะ 

นอกจากนี้ยังมีวังน้ำเขียวฟาร์ม  และที่นี่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เห็ดฟาร์ม  ที่เรียกได้ว่าเป็นสถานที่รวบรวมเห็ดนานานสายพันธ์เลยก็ว่าได้ หากใครที่ชื่นชอบการกินเห็ด รับรองว่ามาที่วังน้ำเขียวฟาร์มแห่งนี้ คุณจะได้เห็นกลับบ้านไปเป็นของฝากเยอะแยะมากมายเลยทีเดียว  

        นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ผลิตมาจากการนำเห็ดมาแปรรูปอีกมากมายหลายอย่าง และที่นี่นักศึกษาและกลุ่มนักเรียนจะมาเที่ยวที่นี่กันเยอะมากเพราะเป็นแหล่งให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการเพาะเห็ดอีกด้วยค่ะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub

นักท่องเที่ยว เฮ “อินทนนท์” ยะเยือก แตะ 5 องศา

ส่วนใครที่กำลังไปท่องเที่ยวนั้นได้อย่างแน่นอนเพราะว่ายอดดอยอินทนนท์ซึ่งไม่ทำให้เหล่านักท่องเที่ยวความผิดหวังอย่างแน่นอนเพราะว่าในตอนนี้ตอนเย็นเป็นอย่างมากเพราะอากาศนั้นแตะอยู่ที่ 5 องค์และถือว่าเป็นอากาศที่ต่ำที่สุด ปีแรกปีนี้แต่ยังต้องเห็นกันอยู่ว่าเหตุยังไม่มี เหมยขาบ

      ซึ่งในวันนี้เราได้รับรายงานว่าเราบรรดานักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวอยู่บนดอยอินทนนท์นั้นมีความสนใจที่จะแห่มานอนกางเต็นท์เพื่อที่จะสัมผัสอากาศหนาวกันอย่างเนื้อแน่นเนื่องจากเป็นวันหยุดยาวอีกทั้งนักท่องเที่ยวหลายพันคนที่พากันขึ้นมานอนค้างข้างบนนี้ตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมาอากาศจะสัมผัสได้ว่าเย็นสุดๆนั่นเอง โดยสภาพอากาศของในตอนเช้าเราจะวัดอุณหภูมิได้ว่าอยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส

ซึ่งที่เราวัดนั้นเราอยู่ที่กิ่วแม่ปานพี่บอกได้เลยว่ามีความหนาวเย็นสุดๆถือว่าเป็นอุณหภูมิที่ลดแบบรวดเร็วที่สุดที่เราวัดได้ในขณะนี้ ส่วนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่กันนั้นก็จะมายืนรอกันเพื่อที่จะรอชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าพร้อมกับทะเลหมอกซึ่งบอกได้เลยว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

เพราะเหล่านักท่องเที่ยวนั้นได้ถ่ายรูปเก็บเอาไว้รวมไปถึงยังมีสภาพอากาศที่ปลอดโปร่งไม่มีฝนจึงทำให้นักท่องเที่ยวนั้นมาเที่ยวที่ดอยอินทนนท์เป็นจำนวนมากนั่นเองถ้าให้เรานับได้ก็อยู่ราวๆประมาณเกือบหมื่นคนสำหรับในการท่องเที่ยวของวันนี้

      ส่วนทางพยากรณ์กรมอุตุวิทยาทางภาคเหนือได้รายงานว่าลักษณะอากาศบริเวณกดอากาศสูงมีสภาพอากาศเย็น ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศที่เย็นและมีลมที่แรงส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาว และออกมารายงานว่าให้เหล่านักประชาชนหรือนักท่องเที่ยวให้แต่งกายให้มิดชิดใส่เสื้อให้หนาดูแลสุขภาพกันด้วยนั่นเอง

       และเมื่อเราได้เห็นภาพเกี่ยวกับบรรยากาศของดอยอินทนนท์ที่ผู้คนแห่กันไปเที่ยวเพื่อที่จะสัมผัสบรรยากาศหนาวในครั้งนี้จะเห็นได้ว่าผู้คนนั้นมีการแต่งกายที่มิดชิดและมีใบหน้าสีหน้าที่มีความรู้สึกยิ้มกับการที่เราได้สัมผัสอากาศหนาวพร้อมกับการดูพระอาทิตย์ขึ้นดูทะเลหมอกว่างๆๆก็เป็นเรื่องที่เหล่านักท่องเที่ยวประทับใจกันนั่นเองเพราะว่าสามารถที่จะมาสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นก่อนใคร

     และถ้าใครได้มาเที่ยวที่นี่ยอมรับเลยว่าต้องมีความประทับใจอย่างแน่นอนและเราจะเห็นได้รอบๆทั้งสองฝั่งของข้างถนนจะเห็นว่าผู้คนนั้นยืนเรียงรายเพื่อที่จะดูทะเลหมอกและพร้อมกับการเปิดรับวันใหม่ที่สาดแสงพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้านั่นเอง อีกทั้งยังเห็นผู้คนมากมายต่างหยิบกล้องมือถือหรือว่ากล้องถ่ายรูปเพื่อที่จะเก็บภาพประทับใจบางครั้งหนึ่งในชีวิตเราก็เคยได้มาสัมผัสอากาศหนาวที่ดอยอินทนนท์นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

เที่ยวเกาะช้าง  จังหวัดตราด 

            สำหรับครั้งนี้จะพาไปเที่ยวเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศโดยเกาะแห่งนี้อยู่ในจังหวัดตราดซึ่งถ้าหากนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯจะเดินทางไปเที่ยวที่เกาะแห่งนี้

จะใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงหากรถไม่ติด ซึ่ง  หากนับจากระยะทางจากกรุงเทพฯไปที่เกาะแห่งนี้จะคิดระยะทางประมาณ 300 กว่ากิโลเมตร การเดินทางในตอนนี้ถือว่าไม่ลำบากมากนักขับรถมาตามเส้นทางพอมาถึงจังหวัดตราดมาตรงบริเวณแหลมงอบก็สามารถนั่งเรือแล้วข้ามฟากมาที่เกาะแห่งนี้ได้เลย

         โดยก่อนที่จะแนะนำที่เที่ยวในครั้งนี้ก็คือเกาะช้าง ซึ่งมีพื้นที่ห่างจากอำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด  เพียงแค่ประมาณ 8 กิโลเมตรเท่านั้น  ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทะเลและชื่นชอบทัศนียภาพที่มีแต่ป่าไม้รวมถึงชอบการเดินเล่นริมชายหาดมองพระอาทิตย์ขึ้นหรือแม้แต่พระอาทิตย์ตก

ซึ่งจะตกบริเวณขอบของทะเลแนะนำเลยว่าที่เกาะช้างแห่งนี้จะถูกใจนักท่องเที่ยวหลายๆคนอย่างแน่นอนด้วยลักษณะของภูมิประเทศที่เป็นภูเขาขึ้นซ้อนกันมากมายหลายรูปและยังมีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นเต็มภูเขามองเห็นสีเขียวขจีของต้นไม้เกาะช้างแห่งนี้นับได้ว่าเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากที่สำคัญที่เกาะช้างแห่งนี้มีพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวเล่นและทำกิจกรรมกันมาก 1 429 ตารางกิโลเมตร 

        แน่นอนว่าที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชื่นชอบเดินทางมาเที่ยวเพราะ  ที่เกาะช้างแห่งนี้จะมีกิจกรรมมากมายเอาไว้รองรับนักท่องเที่ยวคอยมาใช้บริการ ไม่ว่าคุณต้องการที่จะเดินเล่นริมชายหาดหรือแม้แต่นอนพักผ่อนริมชายหาดอาบแดดยามเช้า

หรือแม้แต่การที่จะลงไปดำน้ำดูปะการังที่มีความสวยงาม และยังมีกิจกรรมผาดโผนให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองเล่นอย่างเช่นการโหนตัวอยู่บนต้นไม้กลางอากาศ 

          นับได้ว่าที่นี่มีกิจกรรมมากมายเอาไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวซึ่งแน่นอนว่าหากใครที่เดินทางมาเที่ยวที่เกาะช้างแห่งนี้คุณจะมีกิจกรรมให้ทำโดยไม่รู้สึกเบื่อเลยทีเดียวที่สำคัญวิวทิวทัศน์ของเกาะช้างมีความงดงามเป็นอย่างมากหากเรามองออกจากเกาะช้างไปสู่ท้องทะเลต่างๆเราจะเห็นได้เลยว่าเช้านี้จะล้อมรอบไปด้วยเกาะขนาดเล็กและขนาดใหญ่มากมายเต็มไปหมดทำให้วิวทิวทัศน์นั้นดูสวยงาม

           สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่เกาะช้างนั้นสามารถเดินทางมาได้ตลอดทุกฤดูกาลแต่ถ้าต้องการอยากจะเห็นเกาะช้างในบรรยากาศที่สวยงามและคลื่นลมแรงควรจะมาช่วงเดือนตุลาคมจนถึงเดือนเมษายนเพราะจะเป็นช่วงที่คลื่นลมจะสงบมากที่สุดแต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะมาเที่ยวที่เกาะช้างในช่วงเวลาไหนคุณก็จะพบความสวยงามตามธรรมชาติที่เกาะช้างจะมีอยู่ได้ตลอดแล้วคุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริงหากได้มีโอกาสมาเยือนเกาะช้าง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub ฟรี 100

สถานที่ท่องเที่ยวเกาะมุกที่จังหวัดตรัง 

เมื่อเราไปถึงแล้วนั้นเราจะเจอกับท่าเรือซึ่งจะมีเหลืออยู่ 2 บริษัทซึ่งจะมี 2 สีคือเรือที่มีสีแดงและเหลืองที่มีสีออกฟ้าน้ำเงิน

โดนเดือนทั้ง 2 เดือนนี้จะนำพาคนออกจากปากได้เฉพาะเวลาตอน 12:30 น เท่านั้นโดยราคานั้นก็ราคาถูกๆคือราคาแค่ 50 บาทเท่านั้นสำหรับชาวต่างชาตินั้นจะบวกขึ้นมาอีก 50 รวมเป็น 100 บาท

ขาไปนั้นแนะนำให้เรานั้นทำการนั่งเรือสีน้ำเงินค่ะเพราะจะถูกกว่าในขาไปแต่หากเรานั่งเรือกลับนั้นก็ควรที่จะนั่งเรือคันสีแดงเพราะว่าจะมีราคาที่ถูกกว่าในค่ะกลับซึ่งจะถูกกว่า 20 บาทก็จะเป็นราคา 30 บาทค่ะซึ่งเรือนั้นก็จะขับประมาณ ครึ่งชั่วโมงได้ก็จะมาถึงที่ท่าเรือของเกาะมุกค่ะ

โดยน้ำของเกาะมุกน้ำจะใสมากๆกลมก็สบายดีมากๆเลยล่ะค่ะ ที่พักที่ราคาถูกมีนักเรียนเยอะจะมีชื่อว่า   KHOMOOKHOSTEL ซึ่งจะเป็นรีสอร์ทที่จะทำการแยกข้อของชายและหญิงโดราคาก็จะแค่ 350 บาทต่อ 1 คนค่ะแต่ก็จะมีอีกรีสอร์ทนึงซึ่งเป็นรีสอร์ทสำหรับคนที่อยากจะนอนเป็นกลุ่มด้วยกัน

กับคนที่มาด้วยกันก็จะมีรีสอร์ทหนึ่งชื่อ เกาะมุกหาดฝรั่งบังกะโล โดยราคานั้นน่าจะประมาณ 450 บาทซึ่งถ้าราคา 450 บาทนั้นจะเป็นห้องน้ำที่จะใช้ด้วยกันแต่หากว่าอยากได้เป็นห้องน้ำแยกเลยก็จะเพิ่มราคาสูงขึ้นมาอีกหน่อยเป็นราคา 550 แต่คนส่วนใหญ่มักจะเลือกที่จะมาพักที่นี่ KHOMOOKHOSTELกัน

เพราะว่าที่นี่นั้นจะมีบริการให้ทานอาหารเช้าฟรีซึ่งถ้าเกิดว่าเราออกมาจากรีสอร์ทแล้วต้องการที่จะเที่ยวเล่นนั้นเราก็สามารถที่จะไปเช่าเรือเพื่อไปดูวิวกันเพลินได้โดยราคา 100 บาทต่อ 1 ชั่วโมงในการจ้างให้คนเขาพายเรือค่ะโดยแนะนำว่าให้เรานั้นไปที่ถ้ำที่ชื่อว่าถ้ำเสือ

ซึ่งที่นี่นั้นจะมีปลานีโม่น่ารักๆเต็มไปหมดเลยนะค่ะซึ่งถ้าหากว่าเรานั้นไม่ได้ไปตรงจุดถ้ำเสือแล้วก็สามารถที่จะอยู่ตรงหน้าหาดเกาะมุกก็ได้เหมือนกันค่ะแต่ว่า ปลานีโม่นั้นก็จะมีปริมาณที่น้อยกว่าที่อยู่ในถ้ำเสือจำนวนหนึ่งเลยทีเดียวค่ะซึ่งตลอดเวลานั้นก็จะมีฝูงปลาน่ารักๆว่ายน้ำผ่านไปต้องปลลาการังตลอดเวลาเลยค่ะ

โดยส่วนใหญ่นั้นขอแนะนำว่าให้กับคนนั้นตัวกันเพราะว่าถ้าเกิดว่ามาแบบตัวนั้นก็อาจจะวุ่นวายนิดหน่อยซึ่งที่เกาะมุกนั้นอาจจะได้มีลักษณะที่ใหญ่มากเท่าไหร่นัก แต่ว่าบรรยากาศนั้นดีมากๆเลยทีเดียวค่ะมีทั้งภูเขาที่เขียวชอุ่มรับงานนอกจากนั้นยังมีนกเงือกหรือมีเหยี่ยวบินผ่านไปผ่านมาด้วยค่ะ สวยงามทำให้สว่างมาก

ในช่วงเวลากลางคืนมีอาหารให้เลือกเยอะมากซึ่งอาหารนั้นก็ตามประมาณ 80 บาทราคาถูกๆสำหรับคนที่กินไม่เยอะเอามา และหากเรานั้นจะนั่งเรือกลับแล้วเราก็ควรที่จะจำไว้ว่าควรจะต้องรีบตื่นและต้องไปถึงท่าเรือขากลับก่อน 8:00 น   คงจะไปถึงที่ท่าเรือตอนช่วงเวลา 07:40 น เพราะว่าเดือนนั้นจะกลับแค่ช่วงเวลา 8:00 น เท่านั้นและจะไม่ขับกลับมาที่เกาะอีก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclubฟรี500

พาชมเมืองประวัติศาสตร์

พาชมเมืองประวัติศาสตร์  พระปรางค์สามยอดจังหวัดลพบุรี

          หากใครที่ได้ศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์จะพบว่าจังหวัดลพบุรีนั้นเป็นจังหวัดหนึ่งที่เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยโบราณอายุหลายร้อยปีมาแล้วซึ่งแน่นอนว่าที่จังหวัดลพบุรีนั้นได้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สามารถระบุได้ว่าจังหวัดลพบุรีนั้นมีอายุยาวนานมาแล้วกี่หลายร้อยปี

โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์นั้นก็คือพระปรางค์สามยอดซึ่งอยู่ใจกลางอำเภอเมืองของจังหวัดลพบุรีอยู่ตรงบริเวณตลาดของจังหวัดลพบุรีเลยก็ว่าได้และที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หากใครมาเที่ยวที่จังหวัดลพบุรีจะต้องเดินทางแวะมาชมความงดงามหลักฐานทางประวัติศาสตร์แห่งนี้มีการถ่ายรูปเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงว่าครั้งหนึ่งเรานั้นได้เคยมาเที่ยวจังหวัดลพบุรีซึ่

งถ้าหากใครมาเที่ยวที่ลพบุรีแล้วไม่มาถ่ายรูปกับพระปรางสามยอดก็เหมือนมาไม่ถึงจังหวัดลพบุรีนั่นเองสำหรับที่นี่นับเป็นแลนด์มาร์คแห่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดของจังหวัดลพบุรีเลยก็ว่าได้และลักษณะของพระปรางค์สามยอดนั้นจะเป็นสิ่งก่อสร้างซึ่งเป็นลักษณะของอาคารทอดยาว

โดยมียอดปรางค์ทั้งหมดอยู่ด้วยกันสามยอดต่อกันโดยมีความเชื่อกันว่าพระปรางค์สามยอดนั้นมีการสร้างมาเรียนแบบของศิลปะเขมรซึ่งเป็นศิลปะแบบบายนอีกทั้งยังมีหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้จากกรมศิลปากรว่าพระปรางค์สามยอดนี้มีอายุมาตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 18 ที่สำคัญสิ่งที่นำมาก่อสร้างเป็นรูปพระปรางค์สามยอดนั้นถูกสร้างด้วยศิลาแลง

ซึ่งมีความแข็งแกร่งและทนทานเป็นอย่างมากจึงทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่พระปรางค์สามยอดนั้นยังคงเห็นพระปรางค์สามยอดที่อยู่ในลักษณะของรูปแบบที่สมบูรณ์แบบและสวยงามเป็นอย่างมากซึ่งแน่นอนว่าบริเวณระหว่างสามยอดนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำรั้วมากั้นไว้พื้นที่ในบริเวณพระปรางค์สามยอดนั้น

จะถูกปูด้วยสนามหญ้าและถูกยึดด้วยเหล่าบรรดาลิงทั้งหลายที่จะคอยดูแลพระปรางค์สามยอดเอาไว้ซึ่งหากใครเดินทางมาก็จะเห็นพระปรางค์สามยอดนั้นสวยเด่นอยู่ตรงกลางแจ้งโดยนักท่องเที่ยวที่อยากจะชมความงดงามสามารถมาชมความงดงามได้ทุกวัน

         อย่างไรก็แล้วแต่ตามประวัติศาสตร์หลักฐานที่มีการบันทึกเอาไว้มีการระบุว่าในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนั้นพระองค์ได้มีการส่งทางเจ้าหน้าที่ให้มาบูรณะซ่อมแซมพระปรางค์สามยอดโดยกำหนดให้พระปรางค์สามยอดนั้นเป็นวัดอยู่ในพระพุทธศาสนาอีกทั้งยังได้มีการสร้างพระวิหารต่างๆเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

ซึ่งภายในวิหารนั้นก็จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่โดยระบุว่าพระพุทธรูปภายในนั้นเป็นพระพุทธรูปหินทรายซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองจังหวัดลพบุรีนั้นให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

      

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  บาคาร่าอันดับ